ประยุกต์ใช้ โพสล่าสุด โพสสำคัญ เครื่องมือ สมาชิก สถิติฟอรั่ม ธนาคาร
  • 2907เข้าชม
  • 0ตอบกลับ

แนวข้อสอบสำหรับเตรียมผู้บริหารสถานศึกษา


1. พรบ.การศึกษาแห่งชาติ เป็นไปตามบทบัญญัติ
ใน รธน. 2540 มาตราใด
ก. 29
ข. 40
ค. 50
ง. 81
2. พรบ.การศึกษาแห่งชาติถือว่าเป็น
ก. กฎหมายแม่บทการจัดการศึกษา
ข. แนวทางจัดการศึกษาของรัฐ
ค. การปรับปรุงการศึกษาสอดคล้องรัฐธรรมนูญ
ง. การปฏิรูปการศึกษาครั้งใหญ่ของไทย
3. พรบ.การศึกษาแห่งชาติ 2542 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่
ก. 19 ส.ค. 42
ข. 20 ส.ค.  42
ค. 1 ต.ค.  42
ง. 1 พ.ย.  42
4. วัตถุประสงค์ของการจัดทำพรบ.การศึกษา
แห่งชาติ 2542
ก. ปรับปรุงการศึกษาให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม
ข. ปฏิรูปการศึกษาของไทย
ค. พัฒนาคนไทยเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์
       ทั้งทางร่างกายจิตใจ
ง. พัฒนาศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
5. พรบ.การศึกษาแห่งชาติ สอดคล้องกับข้อใด
มากที่สุด
ก. แผนพัฒนาเศรษฐกิจสังคมแห่งชาติ
ข. แผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติ
ค. แผนการศึกษาแห่งชาติ
ง. แผนพัฒนาการศึกษาศาสนา และวัฒนธรรมของกระทรวงศึกษาธิการ
6. ต่อไปนี้ข้อใดไม่สอดคล้องคำว่าการศึกษา
ก. การถ่ายทอดความรู้
ข. การฝึกอบรม
ค. การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
ง.    การสืบสานทางวัฒนธรรม
7. ข้อใดให้ความหมายไม่ตรงกับพรบ.การศึกษา
แห่งชาติ
ก. การศึกษาขั้นพื้นฐานคือการศึกษาก่อนระดับอุดมศึกษา
ข. สถานศึกษา คือสถานที่จัดการสอนตั้งแต่ก่อนประถมถึงระดับก่อนอุดมศึกษา
ค. มาตรฐานการศึกษาเป็นข้อกำหนดเกี่ยวกับคุณลักษณะ คุณภาพที่พึงประสงค์และมาตรฐานที่ต้องการให้เกิดในสถานศึกษาทุกแห่ง
ง. กระทรวง หมายความว่ากระทรวงการศึกษาศาสนา และวัฒนธรรม
8. ข้อใดต่างจากพวก
ก. ครู
ข. คณาจารย์
ค. ผู้บริหารสถานศึกษา
ง. ผู้บริหารการศึกษา
9. ความมุ่งหมายของการจัดการศึกษาตามพรบ.นี้
ได้แก่
ก. ปรับปรุงการศึกษาให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม
ข. ปฏิรูปการศึกษาของไทย
ค. พัฒนาคนให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย
        จิตใจ
ง. พัฒนาศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
10. ข้อใดไม่ใช่หลักการพรบ.การศึกษาแห่งชาติ 2542
ก. เป็นการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อปวงชน
ข. เป็นการศึกษาตลอดชีวิตสำหรับประชาชน
ค. ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา
ง. พัฒนา สาระและกระบวนการเรียนรู้ให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง
11. ข้อใดไม่สอดคล้องกับการจัดกระบวนการเรียนรู้
ตามความมุ่งหมายของ พรบ.
ก. ปลูกฝังจิตสำนึงการเมืองการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยมีพระมหากษัตริย์
        เป็นประมุข
ข. รักษา และส่งเสริมสิทธิหน้าที่ เสรีภาพ เคารพกฎหมาย
ค. รู้จักรักษาผลประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติ
ง. กระจายการพัฒนาไปสู่ชนบทโดยการมีส่วนร่วมของภูมิปัญญาท้องถิ่น
12. ข้อใดไม่สอดคล้องการจัดระบบโครงสร้างและ
กระบวนการการจัดการศึกษา
ก. กระจายอำนาจสู่สถานศึกษาทั้งหมด
ข. กำหนดมาตรฐานการศึกษาจัดระบบประกันคุณภาพ
ค. มีหลักการส่งเสริมมาตรฐานวิชาชีพครูคณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา
ง. รวมทรัพยากรจากแหล่งต่างๆ มาไว้ในการจัดการศึกษา
13. คำว่า “เอกภาพด้านนโยบาย หลากหลาย
การปฏิบัติ” สอดคล้องกับข้อใด
ก. ส่วนกลางกำหนดนโยบายส่วนภูมิภาคกำหนดแนวทางปฏิบัติ
ข. กระทรวงกำหนดนโยบายมาตรฐานสนับสนุนเขตพื้นที่และสถานศึกษาบริหารจัดการด้วยตนเอง
ค. มีนโยบายเดียวกันแต่การปฏิบัติหลากหลายวิธี
ง. ถูกทุกข้อ

14. ต่อไปนี้นี้ ข้อใดไม่มีสิทธิในการจัดการศึกษา
ขั้นพื้นฐาน
ก. รัฐ
ข. เอกชน
ค. องค์กรปกครองท้องถิ่น
ง. โรงเรียน
15. ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ บิดา
มารดา ผู้ปกครองพึงได้รับในการจัดการศึกษา
ก. การสนับสนุนจากรัฐ  ให้ความรู้ความสามารถในการอบรมเลี้ยงดู
ข. การยกเงินภาษีสำหรับค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา
ค. เงินอุดหนุนจากรัฐสำหรับการจัดการศึกษา
       ขั้นพื้นฐานของคนในการดูแล
ง. การให้การศึกษาแก่บุตรหรือบุคคลในการ
       ดูแล
16. จุดที่ต่างกันของการศึกษาระบบต่างๆที่สำคัญคือ
ข้อใด
ก. ระยะเวลาที่จัดการศึกษา
ข. สถานที่จัดการศึกษา
ค. ตัวผู้เข้ารับการศึกษา
ง. จุดหมายวิธีการ หลักสูตร
17. ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการศึกษาตามอัธยาศัย
ก. สถานศึกษาต้องจัดการศึกษา ทั้งในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย
ข. ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเองตามความสนใจศักยภาพ ความพร้อม โอกาส
ค. จัดการเรียนรู้ทุกที่ทุกเวลา
ง. ธรรมชาติสิ่งแวดล้อมเป็นแหล่งเรียนรู้
18. ต่อไปนี้ ข้อใดไม่ใช่สถานศึกษาปฐมวัย
และการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ก. โรงเรียน
ข. ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก

ค. ศูนย์พัฒนาชุมชน
ง. ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนเกณฑ์สถาบันศาสนา
19. ข้อใดไม่ถูกต้องในด้านการกระจายอำนาจให้
เขตพื้นที่และสถานศึกษา
ก. ด้านวิชาการ
ข. งบประมาณ
ค. หลักสูตรการสอน
ง. การบริหารทั่วไป
20. ต่อไปนี้ข้อใดไม่ใช่กรรมการโรงเรียน
ก. ผู้แทนครู
ข. ผู้แทนองค์กรเอกชน
ค. ผู้แทนศิษย์เก่า
ง. ผู้แทนคุณวุฒิ
21. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีสิทธิ์จัดการศึกษา
ระดับใด
ก. การศึกษาขั้นพื้นฐาน
ข. การศึกษาอุดมศึกษา
ค. การศึกษานอกโรงเรียน
ง. ทุกระดับ
22. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับระบบประกันคุณภาพ
ภายในได้แก่
ก. สถานศึกษาเท่านั้น
ข. สถานศึกษาและเขตพื้นที่
ค. สถานศึกษาเขตพื้นที่ คณะกรรมการศึกษา
       ขั้นพื้นฐาน
ง. สถานศึกษาเขตพื้นที่ คณะกรรมการศึกษา
       ขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
23. ข้อใดไม่ถูกต้อง
ก. ให้มีการประเมินคุณภาพภายนอกครั้งแรก
       ใน 5 ปี
ข. สำนักงานรับรองมาตรฐานมีฐานะเป็งองค์กรมหาชน
ค. การประเมินผลคำนึงถึงความมุ่งหมายและหลักการจัดการศึกษา
ง. เสนอผลประเมินต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
       และสาธารณชน
24. หลักการจัดการศึกษาข้อใดไม่สอดคล้องตาม
พรบ.
ก. ผู้เรียนทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้
ข. ครูต้องมีจิตสำนึกที่จะพัฒนาเด็กอย่างเต็มความสามารถ
ค. ผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด
ง. ต้องส่งเสริมผู้เรียนพัฒนาตามศักยภาพ
25. ข้อใดสำคัญที่สุดเกี่ยวกับหลักสูตร
ก. พัฒนาคุณภาพชีวิตบุคคลให้เหมาะสมกับวัยตามศักยภาพ
ข. สอดคล้องความต้องการชุมชน
ค. คำนึงถึงภูมิปัญญาท้องถิ่น
ง. เหมาะสมกับความจริงก้าวหน้าด้าน
       วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี
26. .ร.บ การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 เป็นกฎหมาย
ที่ตราขึ้นตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
.ศ. 2540 มาตราใด
ก. มาตรา  43
ข. มาตรา  81
ค. มาตรา  289
ง. มาตรา 336
27. ต่อไปนี้ ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
ก. การศึกษาขั้นพื้นฐานหมายความว่าการศึกษาก่อนระดับอุดมศึกษา
ข. ผู้สอนหมายความว่าครูและคณาจารย์ในสถานศึกษาระดับต่างๆ
ค. กระทรวงหมายความว่ากระทรวงการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมแห่งชาติ
ง. ครูหมายความว่าบุคลากรวิชาชีพซึ่งทำหน้าที่หลักทางด้านการเรียนการสอนและส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วยวิธีการต่างๆในสถานศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน
28. ข้อใดไม่หลักการจัดการศึกษาตามพ.ร.บ.
การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542
ก. เป็นการศึกษาตลอดชีวิตสำหรับประชาชน
ข. ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา
ค. การพัฒนาสาระและกระบวนการเรียนรู้
       ให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง
ง. การจัดการศึกษาสำหรับบุคคลซึ่งมีความ
       บกพร่องทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์
       สังคม
29. พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพ.ศ. 2542
ไม่ได้กำหนดให้หน่วยงานใดมีสิทธิจัดการศึกษา
ขั้นพื้นฐาน
ก. หน่วยงานหรือสถานศึกษาของรัฐและเอกชน
ข. มหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชน
ค. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ง. องค์กรวิชาชีพสถาบันศาสนา และสถานประกอบการ
30. การจัดระบบโครงสร้างและกระบวนการจัด
การศึกษาให้ยึดหลักอะไรบ้าง
ก. มีเอกภาพด้านนโยบายและหลากหลายในการปฏิบัติ
ข. มีการกระจายอำนาจไปสู่เขตพื้นที่การศึกษา
ค. ระดมทรัพยากรจากแหล่งต่างๆมาใช้ในการจัดการศึกษา
ง. ถูกทั้ง ก ขและ ค
31. ข้อใดไม่ใช่รูปแบบการจัดการศึกษาตาม พ.ร.บ.
การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542
ก. การศึกษาในระบบการเรียนรู้
ข. การศึกษาตามอัธยาศัย
ค. การศึกษานอกระบบ
ง. การศึกษาในระบบ
32. ข้อใดไม่ใช่ระดับของการจัดการศึกษาในระบบ
ก. การศึกษาขั้นพื้นฐาน
ข. การศึกษาปฐมวัยศึกษา
ค. การศึกษาระดับอุดมศึกษา
ง. ถูกทั้งข้อก  และข้อ ค
33. ข้อใดต่อไปนี้กล่าวไม่ถูกต้องตาม พ.ร.บ
การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542
ก. ให้มีการจัดการศึกษาภาคบังคับเก้าปี
ข. การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานประกอบด้วยการจัดการศึกษาซึ่งจัดไม่น้อยกว่าสิบสองปี
ค. การศึกษาภาคบังคับเก้าปีและการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานสิบสองปีจะต้องดำเนินการภายในปี พ.ศ. 2544  เป็นอย่างช้า
ง. การศึกษาระดับอุดมศึกษามีสองระดับคือ ระดับต่ำกว่าปริญญา และระดับปริญญา
34. แนวการจัดการการศึกษาตามพระราชบัญญัติ
การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ยึดหลักตามข้อใด
ก. ผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเท่ากัน
ข. ถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด
ค. หลักสูตรมีความสำคัญที่สุด
ง. กระบวนการเรียนการสอนสำคัญที่สุด
35. จุดเน้นของการจัดการศึกษาตามแนวการจัด
การศึกษาคือข้อใด
ก. ความรู้คู่คุณธรรม
ข. ความรู้คุณธรรม และกระบวนการเรียนรู้
ค. ความรู้กระบวนการเรียนรู้ และบูรณาการ
ง. ความรู้คุณธรรม กระบวนการเรียนรู้และบูรณาการตามความเหมาะสม

36. ใครเป็นผู้กำหนดหลักสูตรแกนกลางศึกษา
ขั้นพื้นฐาน
ก. กระทรวงศึกษาธิการศาสนา และวัฒนธรรม
ข. สภาการศึกษาศาสนา และวัฒนธรรมแห่งชาติ
ค. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ง. คณะกรรมการจัดทำหลักสูตรการศึกษา
      ขั้นพื้นฐาน
37. องค์กรหลักในกระทรวงการศึกษาศาสนาและ
วัฒนธรรม มีกี่องค์กร
ก. 1 องค์กร
ข. 2 องค์กร
ค. 3 องค์กร
ง. 4 องค์กร
38. การแบ่งเขตพื้นที่การศึกษาขั้นพื้นฐานให้คำนึงถึง
เรื่องใดเป็นหลัก
ก. ปริมาณสถานศึกษาและความเหมาะสม
       ด้านอื่น
ข. จำนวนประชากรและความเหมาะสมด้านอื่น
ค. ปริมาณสถานศึกษาและจำนวนประชากร
ง. ปริมาณสถานศึกษาจำนวนประชากร และความเหมาะสมด้านอื่น
39. ตามพระราชบัญญัตินี้กำหนดให้กระทรวงกระจาย
อำนาจ ในด้านใดบ้าง
ก. บริหารบุคคลงบประมาณ  บริหาร จัดการ และบริหารทั่วไป
ข. วิชาการบริหารบุคคล งบประมาณและการ
       มีส่วนร่วม
ค. วิชาการงบประมาณ บริหารบุคคลและการบริหารทั่วไป
ง. งบประมาณบริหารบุคคล การมีส่วนร่วม และการบริหารทั่วไป


40. ใครเป็นผู้จัดให้มีระบบการประกันคุณภาพภายใน
สถานศึกษา
ก. หน่วยงานต้นสังกัดและสถานศึกษา
ข. เขตพื้นที่การศึกษาขั้นพื้นฐานและสถานศึกษา
ค. หน่วยงานอิสระและสถานศึกษา
ง. องค์กรมหาชนและสถานศึกษา
41. ใครเป็นผู้ประเมินคุณภาพภายนอก
ก. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาขั้นพื้นฐาน
ข. คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาขั้นพื้นฐาน
ค. สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมิน
       คุณภาพการศึกษา
ง. สำนักงานประกันคุณภาพการศึกษา
42. ใครเป็นผู้ส่งเสริมให้ระบบขบวนการผลิตการ
พัฒนาครู คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษาให้มีคุณภาพ และมาตรฐานที่เหมาะสม กับการเป็นวิชาชีพชั้นสูง
ก. กระทรวงศึกษาธิการศาสนาและวัฒนธรรม
ข. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ค. องค์กรกลางบริหารงานบุคคล
ง. สภาวิชาชีพ
43. องค์กรวิชาชีพครูผู้บริหารสถานศึกษาและ
ผู้บริหารการศึกษาเป็นองค์กรภายใต้การบริหารของข้อใด
ก. กระทรวงการศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม
ข. องค์กรกลางบริหารงานบุคคล
ค. สภาวิชาชีพ
ง. องค์กรอิสระ
44. การให้มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพไม่ใช้สำหรับ
ข้อใด
ก. ผู้บริหารการศึกษาเหนือเขตพื้นที่การศึกษา
ข. วิทยากรพิเศษทางการศึกษา
ค. บุคลากรทางการศึกษาอื่น
ง. ถูกทั้ง ก  และ  ข
45. ถ้ามีผู้บริจาคที่ดินให้สถานศึกษาของรัฐที่ไม่เป็น
นิติบุคคล ที่ดินนั้นมีสภาพเป็นอย่างไร
ก. เป็นที่ราชพัสดุ
ข. เป็นกรรมสิทธิของสถานศึกษา
ค. เป็นอำนาจของสถานศึกษาที่จะดำเนินการ
       ได้เอง
ง. ถูกทุกข้อ
46. ตามเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ
.ศ. 2542 องค์กรกลางบริหารงานบุคคล ควรมีฐานะอย่างไร
ก. เป็นองค์กรมหาชน
ข. เป็นหน่วยงานหนึ่งในกระทรวงฯ
ค. เป็นองค์กรอิสระในกำกับกระทรวง
ง. ถูกทุกข้อ
47. ตาม พ.ร.บ การศึกษาแห่งชาติ รัฐพึงจัดสรรเงิน
อุดหนุนการศึกษา ไม่ถูกต้องในข้อใด
ก. การศึกษาที่จัดโดยบุคลาครอบครัวองค์กรมหาชน
ข. การศึกษาที่จัดโดยบุคคลองค์กรวิชาชีพ สถานประกอบการ
ค. องค์กรอิสระองค์กรวิชาชีพ สถาบันสังคม
ง. ถูกทุกข้อ
48. การประเมินผลภายนอกครั้งแรกให้ทำภายในเวลา
เท่าใด นับแต่วันที่ พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ใช้บังคับ
ก. 3 ปี
ข. 4 ปี
ค. 5 ปี
ง. 6 ปี
49. ข้อใดที่ถือว่าสำคัญที่สุดที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้ง
สำนักงานปฏิรูปการศึกษา


ก. เสนอการจัดโครงสร้างองค์กร
ข. เสนอการจัดระบบครูคณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา
ค. เสนอแนะเกี่ยวกับการร่างกฎหมายเพื่อรองรับการดำเนินการต่อคณะรัฐมนตรี
ง. ถูกทุกข้อ
50. กรณีไม่ได้นำหมวด7 ครู คณาจารย์ และบุคลากร
ทางการศึกษามาใช้บังคับจนกว่าจะมีการปรับปรุงกฎหมายใดบ้าง และภายในเวลาเท่าใด
ก. .ร.บ. ครู 2488/2 ปี
ข. .ร.บ. ระเบียบข้าราชการครู/3ปี
ค. .ร.บ. ครู พ.ศ. 2488/3 ปี
        ง. ถูกทุกข้อ
51. ข้อใดคือองค์กรเกี่ยวกับวิชาชีพครู
ก. คุรุสภา
ข. ..
ค. ....
ง. ถูกทุกข้อ
52. คุรุสภามีฐานะตามข้อใด
ก. เป็นองค์กรวิชาชีพครู
ข. เป็นนิติบุคคล
ค. เป็นองค์กรในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ
ง. ถูกทุกข้อ
53. หน่วยงานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการควบคุมและ
รักษามาตรฐานวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษา
ก. คุรุสภา
ข. สก.สค.
ค. สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา
ง. สำนักงานเลขาธิกา สก.สค.
54. สำนักงานส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและ
บุคลากรทางการศึกษา(สก.สค.) เป็นหน่วยงานที่อยู่ภายใต้การบริหารตามข้อใด
ก. คุรุสภา
ข. รัฐมนตรี
ค. กระทรวงศึกษาธิการ
ง. คณะกรรมการ สก.สค.
55. มีหน้าที่เกี่ยวกับการส่งเสริมสวัสดิการ สวัสดิภาพ
และส่งเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ
ก. คุรุสภา
ข. สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา
ค. คณะกรรมการ สก.สค.
ง. สำนักงานคณะกรรมการ สก.สค.
56. ใคร คือประธานคุรุสภา
ก. นายกรัฐมนตรี
ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ค. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
ง. ผู้ทรงคุณวุฒิ
57. ข้อใด ไม่ใช่วัตถุประสงค์ของคุรุสภา
ก. ออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
ข. กำหนดนโยบายแผนพัฒนามาตรฐานวิชาชีพ
ค. วิจัยเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพ
ง. ออกข้อบังคับคุรุสภา
58. ใคร เป็นกรรมการและเลขานุการคุรุสภา
. .เสริมศักดิ์ วิสาลาภรณ์
. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
. เลขาธิการคุรุสภา
. ไม่มีข้อถูก
59. ใคร ไม่ได้เป็นกรรมการในคณะกรรมการ
มาตรฐานวิชาชีพ
ก. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
ข. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ค. เลขาธิการ ...
ง. เลขาธิการคุรุสภา

60. คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพมีจำนวนกี่คน
ก. 39 คน
ข. 32 คน
ค. 26 คน
ง. 17 คน
61. พิจารณาพักใช้ใบประกอบวิชาชีพครู
ก. คุรุสภา
ข. สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา
ค. คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ
ง. สำนักงานเลขาธิการคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ
62. ใคร คือผู้ดูแลทะเบียนผู้ได้รับใบประกอบวิชาชีพ
ก. คุรุสภา
ข. สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา
ค. เลขาธิการคุรุสภา
ง. คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ
63. ข้อใดต่อไปนี้ เป็นวิชาชีพควบคุม
ก. วิชาชีพครู
ข. วิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษา
ค. วิชาชีพผู้บริหารการศึกษา
ง. ถูกทุกข้อ
64. ใคร ไม่จำเป็นต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
ก. รองผู้อำนวยการสถานศึกษา
ข. ครูอัตราจ้างรายเดือนในสถานศึกษา
ค. ข้าราชการพลเรือนในสำนักงานเขตฯ
ง. ศึกษานิเทศก์
65. ขาดคุณสมบัติไม่สามารถขอขึ้นทะเบียน
ใบประกอบวิชาชีพครูได้
ก. มีอายุย่างเข้าปีที่ยี่สิบ
ข. มีวุฒิปริญญาตรีนิติศาสตร์
ค. เคยถูกจำคุก 2 ปีฐานทารุณกรรมเด็ก
ง. ถูกทุกข้อ

66. อายุของใบอนุญาตประกอบวิชาชีพบริหารสถาน
ศึกษา
ก. ชั่วคราว 3 ปี
ข. ชั่วคราว 5 ปี
ค. 5 ปี
ง. ตลอดชีพ
67. หากถูกลงโทษเพราะประพฤติผิดมาตรฐานวิชาชีพ
ก. ถูกพักใช้ใบประกอบวิชาชีพ
ข. ถูกเพิกถอนใบประกอบวิชาชีพ
ค. ไม่สามารถสอนนักเรียนได้
ง. ถูกออกจากระบบราชการ
68. จรรยาบรรณต่อผู้รับบริการจัดอยู่ในมาตรฐาน
วิชาชีพข้อใด
ก. มาตรฐานความรู้และประสบการณ์
ข. มาตรฐานการปฏิบัติงาน
ค. มาตรฐานการปฏิบัติตน
ง. ทุกมาตรฐานข้างต้น
69. ผู้บริหารที่รู้อยู่แล้วว่า รับครูอัตราจ้างที่ไม่มี
ใบประกอบวิชาชีพมาสอนจะมีความผิดตามข้อใด
ก. ถูกพักใช้หรือเพิกถอนใบประกอบวิชาชีพ
ข. ถูกจำคุกไม่เกิน2 ปี ปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท
ค. ถูกจำคุกไม่เกิน3 ปี
ง. ไม่มีความผิดเพราะครูอัตราจ้างไม่มีข้อห้าม
70. คณะกรรมการที่ประธานกรรมการโดยตำแหน่ง
ก. คุรุสภา
ข. คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ
ค. คณะกรรมการ สก.สค.
ง. เฉพาะข้อ และ
71. ข้อใด คือหลักการของพระราชบัญญัติระเบียบ                ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547
         ก.ให้มีกฎหมายว่าด้วยพระราชบัญญัติ
            ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา
         ข. ให้มีกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครู
             และบุคลากรทางการศึกษา
         ค. ให้มีกฎหมายว่าด้วยพระราชบัญญัติระเบียบ
             ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา
         ง. ให้เป็นกฎหมายว่าด้วยพระราชบัญญัติระเบียบ
            ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา
72. เหตุผลสำคัญที่ต้องตราพระราชบัญญัติระเบียบ
ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547
         ก.มาตรา 54 หมวด 7 ของพระราชบัญญัติ
           การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 กำหนดให้
           บัญญัติขึ้น
         ข.เพื่อให้มีระบบข้าราชการครู คณาจารย์ และ
            บุคลากรทางการศึกษาขึ้นมาใหม่
         ค. ให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาอยู่
             ภายใต้การกำกับดูแลขององค์กรกลางเดียวกัน
         ง.เพื่อกระจายอำนาจการบริหารงานบุคคลสู่เขต
           พื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา
73. พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มีผลบังคับใช้เมื่อใด
ก. 23  พฤศจิกายน  2547                                                                     
ข. 23  ธันวาคม  2547
ค. 24  พฤศจิกายน2547
ง. 24 ธันวาคม  2547
74. พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากร
ทางการศึกษา พ.ศ. 2547 ส่งผลให้ยกเลิกกฎหมาย
ฉบับใด
         ก.พระราชบัญญัติคณะกรรมการการประถม
           ศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2523 และแก้ไขเพิ่มเติม
         ข. พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู
            พ.ศ. 2523 และแก้ไขเพิ่มเติม
 ค. พระราชบัญญัติครู พ.ศ.2488 และแก้ไข
     เพิ่มเติม
 ง. ถูกทุกข้อ
75. ข้อใด ไม่ใช่บุคลากรทางการศึกษาตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาพ.ศ. 2547
ก. ครู                                                                                        
ข. ผู้บริหารสถานศึกษา
ค. ผู้บริหารการศึกษา                                             
ง. ผู้สนับสนุนการศึกษา
76. ข้อใด ไม่ใช่หน่วยงานทางการศึกษาพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาพ. ศ. 2547
        ก. สถานศึกษาระดับอุดมศึกษาระดับปริญญา
           ของรัฐ
ข. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ค. สำนักงานการศึกษานอกโรงเรียน
ง. หน่วยงานตามที่ ก.ค.ศ.กำหนด
77. คณะกรรมการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เรียกชื่อย่อว่าก.ค.ศ ซึ่งมีทั้งหมด 21 คน มีใครเป็นรองประธานกรรมการ
ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ข. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
ค. เลขาธิการ ก.ค.ศ                                
ง. ผู้ที่คณะกรรมการเลือก
78. เลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการในคณะกรรมการ
.ค.ศ. มีจำนวนเท่าใด
ก. 2คน    
ข. ไม่เกิน 2 คน
ค. 3คน
ง.  ไม่เกิน 3 คน
79. กรรมการซึ่งเป็นผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากร
ทางการศึกษาใน ก.ค.ศ.ซึ่งมีจำนวน 7 คน กลุ่มใด
ที่มีจำนวนแตกต่างไปจากพวก
ก. ผู้แทน ผอ.เขตพื้นที่การศึกษา                         
ข. ผู้แทนผู้บริหารสถานศึกษา
ค. ผู้แทนข้าราชการครู                                          
ง. ผู้แทนบุคลากรทางการศึกษาอื่น
80. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน ก.ค.ศ.ซึ่ง ครม.แต่งตั้งจำนวน 7 คน ไม่ได้แต่งตั้งจากบุคคลที่มีความรู้
ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์สูงในด้านใด
ก. ด้านการศึกษา ด้านการศึกษาพิเศษ หรือ 
       ด้านกฏหมาย
ข. ด้านการบริการจัดการภาครัฐ ด้านการบริหาร
       องค์กร หรือการบริหารงานบุคคล
ค. ด้านบริหารธุรกิจ หรือด้านเศรษฐศาสตร์
ง. ด้านรัฐศาสตร์การเมืองการปกครอง
81. กรรมการซึ่งเป็นผู้แทนบุคลากรทางการศึกษา
อื่นใน ก.ค.ศ. ต้องมีคุณสมบัติด้านวุฒิการศึกษาและประสบการณ์ตามข้อใด
ก. ไม่กำหนดคุณวุฒิแต่มีประสบการณ์ด้านสนับสนุนการศึกษาไม่น้อยกว่า5 ปี
ข. คุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีและมีประสบการณ์ด้านสนับสนุนการศึกษาไม่น้อยกว่า
5 ปี
ค. คุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีและมีประสบการณ์ด้านสนับสนุนการศึกษาไม่น้อยกว่า  15ปี
ง. คุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางการศึกษาและ
มีประสบการณ์สนับสนุนการศึกษาไม่น้อย
       กว่า 15 ปี
82. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและกรรมการผู้แทน
ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาใน ก.ค.ศ.
มีวาระในการดำรงตำแหน่งคราวละกี่ปี และเป็นได้
กี่วาระ
ก. คราวละ 3 ปี/เป็นได้ไม่เกิน 2 วาระติดต่อกัน
ข. คราวละ 3 ปี/เป็นติดต่อกันกี่วาระก็ได้
ค. คราวละ4 ปี/เป็นได้ไม่เกิน2 วาระติดต่อกัน
ง. คราวละ 4 ปี/เป็นติดต่อกันกี่วาระก็ได้
83. ข้อใดไม่ใช่สาเหตุของการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในก.ค.ศ.
ก. พ้นจากตำแหน่งตามวาระ               
ข. ขาดคุณสมบัติหรือพ้นจากการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ค. ตาย หรือลาออกโดยยื่นหนังสือลาออกต่อประธานกรรมการ
ง. ถอดถอนโดยคณะรัฐมนตรีตามมติก.ค.ศ.ด้วยคะแนนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการ
84. การแต่งตั้ง อ.ก.ค.ศ. วิสามัญเพื่อทำหน้าที่พิจารณาในเรื่องใดของ ก.ค.ศ. ที่กำหนดเงื่อนไขให้ตั้งจากกรรมการ ก.ค.ศ. ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งอย่างน้อยสองคนและคณะกรรมการ ก.ค.ศ.ซึ่งเป็นผู้แทน
ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนอนุกรรมการทั้งหมด
ก. การสรรหาบรรจุแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเป็นกรณีพิเศษ
ข. การพิจารณาวินิจฉัยตีความปัญหาที่เกิดจากการใช้บังคับกฎหมาย
ค. การดำเนินการเรื่องวินัยการออกจากราชการ
       การอุทธรณ์และการร้องทุกข์
ง. ถูกทุกข้อ
85. คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้แทนผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาแตกต่างจากกรรมการซึ่งเป็น
ผู้แทนผู้บริหารสถานศึกษาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาซึ่งเป็นคณะกรรมการในก.ค.ศ. ด้านใด
ก. ด้านการมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพและไม่เคยถูกพักใช้หรือเพิกถอนใบประกอบวิชาชีพ
ข. ด้านประสบการณ์ในการปฏิบัติหน้าที่
ค. ด้านเป็นผู้ได้รับการยอมรับในเรื่องความ
       ซื่อสัตย์ ยุติธรรม
ง. ด้านการไม่เคยมีประวัติเสื่อมเสียทางจริยธรรมจรรยาบรรณและการประกอบอาชีพ
86. ข้อใดไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของ ก.ค.ศ.
ก. เสนอแนะให้คำปรึกษาแก่นายกรัฐมนตรี
      เกี่ยวกับนโยบายการผลิตและการบริหารบุคคล
ข. กำหนดนโยบายวางแผน กำหนดเกณฑ์อัตรากำลัง
ค. เสนอแนะให้คำปรึกษาแก่ ครม.เกี่ยวกับการปรับปรุงค่าครองชีพสวัสดิการและประโยชน์เกื้อกูล
ง. ออกกฎ ก.ค.ศ. ระเบียบ ข้อบังคับ หลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขการบริหารงานบุคคล
87. ข้อใดไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของ ก.ค.ศ.
ก. พัฒนาหลักเกณฑ์ วิธีการ มาตรฐานการบริหารบุคคลพิทักษ์ระบบคุณธรรม
ข. กำหนดวิธีการเงื่อนไขการจ้างเพื่อบรรจุ
       แต่งตั้งบุคคลรวมทั้งกำหนดค่าตอบแทน
ค. ส่งเสริมสนับสนุนพัฒนาเสริมสร้างขวัญ
        กำลังใจ สวัสดิการ สิทธิประโยชน์
ง. เสนอแต่งตั้งอ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาต่อ
       รัฐมนตรี
88. ข้อใดไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของ ก.ค.ศ.
         ก. กำหนดมาตรฐาน พิจารณาและให้คำแนะนำ
            เกี่ยวกับการดำเนินการทางวินัย การออกจาก
            ราชการ
        ข. กำกับ ดูแล ติดตาม ตรวจสอบประเมินผล
            การบริหารงานบุคคล
         ค. รายงานต่อรัฐมนตรีกรณีส่วนราชการ 
            อ.ก.ค.ศ. เขตฯคณะกรรมการไม่ปฏิบัติตาม
            พรบ.นี้
 ง. รับรองคุณวุฒิผู้ได้รับปริญญา ประกาศนียบัตร
     ทางการศึกษา

89. ข้อใดไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของ ก.ค.ศ.
ก. ส่งเสริมสนับสนุน ประสานงานและให้
       คำปรึกษา แนะนำการบริหารงานบุคคลแก่เขต
       พื้นที่ฯ
ข. กำหนดค่าธรรมเนียมต่างๆที่ต้องดำเนินการตาม พรบ.นี้
ค. จัดทำทะเบียนประวัติและควบคุมการเกษียณอายุราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ง. ปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ตามที่กฎหมายกำหนด
90. สำนักงาน ก.ค.ศ.มีฐานะเป็นกรมอยู่ในบังคับบัญชาขึ้นตรงต่อบุคคลใด
         ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ                 ข. นายกรัฐมนตรี
ค. ปลัดกระทรวง                                                       
.  คณะรัฐมนตรี
91. ข้อใดไม่ไช่อำนาจหน้าที่ของสำนักงานก.ค.ศ.
ก. พัฒนาข้อมูลและจัดทำแผนอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ข. กำกับติดตามตรวจสอบการปฏิบัติของหน่วยงานทางการศึกษาและเขตพื้นที่การศึกษา
ค. จัดทำรายงานประจำปีเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ง. พัฒนาหลักเกณฑ์วิธีการ มาตรฐานการบริหารบุคคล พิทักษ์ระบบคุณธรรม
92. ใครเป็นประธาน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา
         ก. ผู้ที่ ก.ค.ศ.แต่งตั้ง                                                   
 ข. ผู้ที่เป็นตัวแทนก.ค.ศ.
ค. ผู้ที่ได้รับการเลือกจากอนุกรรมการ                 
. กรรมการโดยตำแหน่งคนใดคนหนึ่ง

93. องค์ประกอบของคณะอนุกรรมการใน อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาคือข้อใด
ก. ประธาน อนุกรรมการโดยตำแหน่ง  อนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
ข. อนุกรรมการโดยตำแหน่ง อนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอนุกรรมการผู้แทนข้าราชการครูฯ
ค. ประธาน อนุกรรมการโดยตำแหน่ง อนุกรรมการผู้แทนข้าราชการครูฯ
ง. ประธาน  อนุกรรมการโดยตำแหน่ง  ผู้ทรงคุณวุฒิและอนุกรรมการผู้แทนข้าราชการครูฯ
94. อนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน อ.ก.ค.ศ.ต้องมีบุคคลในเขตพื้นที่การศึกษานั้นจำนวนเท่าใด
ก. 1คน                                    
ข. อย่างน้อย 1 คน  
ค.  2 คน 
ง.  อย่างน้อย 2 คน
95. อนุกรรมการซึ่งเป็นผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในอ.ก.ค.ศ. ได้มาโดยวิธีใด
         ก. การคัดเลือก                                                                            ข. การสรรหา
         ค. การเลือกตั้ง                                                                             ง. วิธีการอื่น ตามที่ ก.ค.ศ กำหนด
96. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา
ก. อนุกรรมการเมื่อรวมกับประธานแล้วมีจำนวน 9 คน
ข. อนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิได้จากผู้มีความรู้สามารถและประสบการณ์ด้านการศึกษาและด้านอื่น
ค. อนุกรรมการผู้แทนครูและบุคลากรทางการศึกษามีได้ไม่เกิน1 คน
ง. ผู้ที่จัดให้มีการได้มาของอนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิคือผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา
97. ข้อใดไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา
ก. ให้ความเห็นชอบการบรรจุแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ข. ให้ความเห็นชอบการพิจารณาความดีความชอบของครูและบุคลากรทางการศึกษาสังกัดเขตฯ
ค. จัดทำและพัฒนามาตรฐานข้อมูลข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ง. ให้ความเห็นชอบการบริหารงานบุคคลในเขตพื้นที่การศึกษาที่ไม่ใช่อำนาจหน้าที่สถานศึกษา
98. ข้อใดไม่ใช่หน้าที่ของผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ก. เป็นผู้บริหารราชการและเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการในเขตพื้นที่การศึกษา
ข. รับผิดชอบการปฏิบัติราชการที่เป็นอำนาจหน้าที่ของอ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา
ค. เสนอแนะการบรรจุแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ง. จัดทำทะเบียนประวัติข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา


99. ข้อใดไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของผู้อำนวยการ
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ก. จัดทำแผนและส่งเสริมการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ข. พิจารณาความดีความชอบของผู้บริหารสถาน
      ศึกษา ข้าราชการและลูกจ้างประจำในสังกัด
       สำนักงานเขตฯ
ค. จัดทำมาตรฐานคุณภาพงาน กำหนดภาระงานขั้นต่ำและเกณฑ์ประเมินผลงานข้าราชการ
ง. จัดทำรายงานการบริหารงานบุคคลเสนอต่อ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา
100. ข้อใดคืออำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลสำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ของคณะกรรมการสถานศึกษา
ก. กำกับ ดูแล ติดตาม และประเมินผลการบริหารงานบุคคลของสถานศึกษา
ข. กำหนดความต้องการอัตรากำลังและตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ค. เสนอความคิดเห็นการบริหารงานบุคคลต่อ
       ผู้บริหารสถานศึกษา
ง. ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาและตามที่ก.ค.ศ.มอบหมาย

จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบรับราชการ    โทร 087-0708815
รายละเอียดไฟล์แนบ
กล่องตอบกลับด่วน

คุณไม่มีสิทธิ์ใช้งานส่วนนี้, กรุณาเข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
กรุณาใช้ข้อความที่สุภาพ คุณสามารถบันทึกฉบับร่างได้