ประยุกต์ใช้ โพสล่าสุด โพสสำคัญ เครื่องมือ สมาชิก สถิติฟอรั่ม ธนาคาร
  • 6888เข้าชม
  • 5ตอบกลับ

แนวข้อสอบแพทย์แผนไทย


แนวข้อสอบแพทย์แผนไทย
รวมข้อสอบทุกอย่างที่ใช้สอบ ใหม่ล่าสุด
แนวข้อสอบ ความรู้ทั่วไป
แนวข้อสอบ ความรู้เกี่ยวกับแพทย์แผนไทย
ข้อสอบที่อกบ่อย
เทคนิคการสอบสัมภาษณ์
เจาะลึกข้อสอบแพทย์แผนไทย

ส่งเป็นไฟส 399 บาท
หนังสือ vcd ุ679 บาท รวมค่าจัดส่ง ems

ส่งเป็นไฟล์ทางอีเมล์ สนใจสั่งซื้อมาที่ โทร 087-0708815 
สามารถนำไปปริ้นเพื่นอ่านได้เลย ในราคาเพียงชุดละ 399 บาท 
ส่งเป็นไฟล์ทางอีเมล์ ใหม่ล่าสุด 399- 
กรุณาชำระค่าสินค้าและบริการ 
เลขที่บัญชี 402-654466-2 ธ.ไทยพาณิชย์ 
สาขาเซ็นทรัลขอนแก่น ชื่อบัญชี พชรคุณ จูมศิลป์ ออมทรัพย์ 
โอนเงินแล้วแจ้งที่ [email]nas_za.za@hotmail.com 

สอบถาม 
โทร 0870708815 
email:nas_za.za@hotmail.com 
Line:naszaza



1.ฤาษีตนหนึ่ง บริโภคซึ่งรากเจตมูลเพลิง เชื่อว่า อาจระงับโรคอันบังเกิดแต่ดีอันทำให้หนาวเย็นได้ ชื่อว่า บุพพรต
2.ในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลโดยการสร้างสถานพยาบาล เรียกว่า อโรคยาศาลา
3.กะพังอาด(พญามือเหล็ก) มีรส ขมเมา
4.ดอกกระดังงามีสรรพคุณ แก้ลมวิงเวียน
5.ลูกกราย มีสรรพคุณ 1.แก้บิด 2.แก้ปวดเบ่ง 3.แก้เสมหะเป็นพิษ 4.ถูกทุกข้อ
6.กรวยป่า มีสรรพคุณ 1.แก้ริดสีดวงจมูก 2.แก้ไข้ 3.แก้ปวดเบ่ง 4.
7.คนไข้รายหนึ่ง มีอาการกล้ามเนื้อกระตุก ชัก ขากรรไกรแข็ง แสดงว่าได้รับประทานสิ่งใดเข้าไป ลูกกะจี้
8.โกฐน้ำเต้าใช้ส่วนใดทำยา ราก
9.โกฐน้ำเต้ามีสรรพคุณอย่างไร 1.แก้คลื่นเหียนอาเจียน 2.ระบายท้อง แก้ริดสีดวงทวาร
10.โกฐชฎามังษี มีกลิ่นคล้ายอะไร 1.คล้ายพิมเสน 2.คล้ายเมนทอล 3.คล้ายน้ำมันยูคาลิปตัส
11.ขันทองพยาบาทแก้อะไร แก้ประดง แก้พิษในกระดูก แก้โรคผิวหนัง แก้มะเร็ง แก้กลากเกลื้อน
12.ตัวยาในข้อใดบำรุงหัวใจ 1.สนุ่น     2.อบเชย หญ้าฝรั่น ว่านน้ำ 3.กฤษณา ขอนดอก รากระย่อม
13.ข้อใดอยู่ในโกฐทั้งห้า 1.โกฐกระดูก 2.โกฐพุงปลา 3.โกฐเชียง 4.โกฐน้ำเต้า
14.ข้อใดเป็นสัตตะโกฐทั้งหมด 1.โกฐเชียง โกฐสอ โกฐหัวบัว โกฐเขมา โกฐจุฬาลำพา โกฐก้านพร้าว โกฐกระดูก
15.ทิ้งถ่อน มีสรรพคุณ เจริญอาหาร บำรุงธาตุ แก้ธาตุพิการ
16.เทียนใดอยู่ในพิกัดเทียนทั้งเก้า 1.เทียนตาตั๊กแตน 2.เทียนขาว 3.เทียนสัตตะบุษย์ 4.เทียนตากบ
17.ข้อใดผิด 1.ผักกะเฉด เรียกว่า ผักรู้นอน 2.เจตมูลเพลิง เรียก ลุกใต้ดิน 3.ผักเป็ด เรียกว่า ตีนเป็ดน้ำ
18.โกฐก้านพร้าว มีสรรพคุณเสมอกับ 1.บอระเพ็ด 2.ชิงช้าชาลี 3.หัวเปราะป่า
19.สัตว์ชนิดใดที่หมอนิยมนำหัว กระดูก และขนมาทำเป็นยา 1.แร้ง 2.อีกา 3.นกยูง 4.ค้างคาวแม่ไก่
20.เขาแพะ เขาแกะ เขาวัว มีรสและสรรพคุณอย่างไร 1.รสเย็นคาว บำรุงกำลัง ถอนพิษผิดสำแดง
21.หญ้าฝรั่น ใช้ส่วนใดทำยา 1.ใบ 2.ราก 3.ผล 4.เกสร
22.ตัวยาในข้อใดขับปัสสาวะ 1.หญ้าคา ขลู่ น้ำนมราชสีห์ 2.หญ้าถอดปล้อง
23.ถ้ากระหายน้ำ ใช้ตัวยาในข้อใด 1.หญ้าใต้ใบ 2.เปลือกสมุลแว้ง
24.ข้อใดถูกต้อง 1.วันอังคารเก็บยาทิศตะวันออก
25.การเก็บตัวยาตามกาลเวลา ในเวลากลางวันข้อใดผิด 1.ยาม๒เก็บใบดอกฝัก
26.คัมภีร์ธาตุวิภังค์ ได้แบ่งรสยาออกเป็น 4 รส
27.คัมภีร์ธาตุวิวรณ์ ได้แบ่งรสยาออกเป็น 8 รส
28.วาโยธาตุพิการ แก้ด้วยยา รสเผ็ดร้อน สุขุม
29.เตโชธาตุพิการ แก้ด้วยยา รสเย็น จืด
*30.มัชฉิมวัย ตั้งแต่อายุ๑๖ปีถึงอายุ๓๒ปี เป็นโรคเพื่อโลหิตและดี จัดอยู่ในสมุฏฐาน อาโป
31.ฤดูหนาว ควรใช้ยารสสุขุม เปรี้ยว
32.ตั้งแต่เวลา๐๖.๐๐–๑๐.๐๐น.เกิดโรคใด 1.เสมหะ
33.จิงจ้อ    จิงจ้อน้อย จิงจ้อใหญ่
34.พิกัดทเวคันธา มีตัวยาคือ 1.รากบุนนาคและรากมะซาง
35.พิกัดตรีเกสรมาศ มีตัวยาคือ เปลือกฝิ่นต้น ลูกมะตูมอ่อน เกสรบัวหลวง
36.พิกัดตรีสัตกุลา มีสรรพคุณ บำรุงไฟธาตุ ขับลมในลำไส้ แก้ธาตุ๑๐ประการ มีตัวยาคือ เทียนดำ ลูกผักชีลา เหง้าขิงสด
37.พิกัดตรีวาตะผล มีตัวยาคือ ลูกสะค้าน รากพริกไทย เหง้าข่า
38.พิกัดตรีสุรผล มีตัวยาคือ สมุลแว้ง เนื้อไม้ เทพทาโร
39.พิกัดจตุทิพยคันธา มีตัวยา รากชะเอมเทศ รากมะกล่ำเครือ เหง้าขิงแครง ดอกพิกุล
40.น้ำตาล น้ำผึ้ง น้ำมันเนย อยู่ในพิกัดตรีมธุรส
41.ข้อใดไม่ได้อยู่ในพิกัดบัวทั้งห้า 1.บัวสัตตะบุษย์ 2.บัวสัตตบรรณ 3.บัวลินจง 4.บัวขม
42.๑ทะนานมีปริมาตรเท่ากับ 1.๑ลิตร 2.๒ลิตร 3.๕๐๐ซีซี 4.๑๐๐ซีซี
43.๑หาบมีกี่ก.ก. 1.๓๐ 2.๔๐ 3.๕๐ 4.๖๐
44.มหาพิกัดตรีผลา ถ้าจะแก้เสมหะสมุฏฐาน มีส่วนและตัวยาดังนี้ ลูกสมอพิเภก๘ส่วน ลูกสมอไทย๔ส่วน ลูกมะขามป้อม๑๒ส่วน
45.ลูกสมอพิเภก๔ส่วน ลูกสมอไทย๑๒ส่วน ลูกมะขามป้อม๘ส่วน เป็นมหาพิกัดใดใช้แก้ในกองอะไร
1.มหาพิกัดตรีผลา 2.มหาพิกัดตรีผลา แก้ปิตตะ 3. มหาพิกัดตรีผลา แก้วาตะ 4. มหาพิกัดตรีผลา แก้เสมหะ
46.มหาพิกัดทศเบญจขันธ์ ใช้แก้ในกองใด อสุรินธัญญาณธาตุ
47.โสฬสเบญจกูล มีตัวยาน้ำหนักมากที่สุดเท่าไร 16 ส่วน
48.อภิญญาณเบญจกูล จะมีใบ ดอก ราก เจตมูลเพลิง สิ่งละกี่ส่วน 4 ส่วน
49.การฆ่าลูกสลอดมีวิธีใด
50.การสะตุสิ่งใด ที่มีการละลายฟู 1.สารส้ม-รงทอง 2.สารส้ม-น้ำประสานทอง 3.สารส้ม-ดินสอพอง 4.สารส้ม-มหาหิงคุ์
51.ไพล แก้อะไร 1.แก้คลื่นเหียนอาเจียน 2.แก้บิด
52.ถ้าสะอึก จะใช้อะไรเป็นกระสายยา รากมะกล่ำเครือ
53.ถ้าต้องการกระสายยาแก้อ่อนเพลีย บำรุงกำลัง ใช้สิ่งใด 1.น้ำข้าวเช็ด 2.   3.น้ำซาวข้าว 4.
54.หมึกหอม จันทน์ชะมด ลูกกระวาน จันทร์เทศ ใบพิมเสน ลูกจันทน์ ดอกจันทน์ กานพลู ใบสันพร้าหอม หัวหอม ดีงูเหลือม หนักสิ่งละ๔ส่วน ชะมด พิมเสน หนักสิ่งละ๑ส่วน ยาตำรับนี้ยังขาดตัวยาใด 1.ใบโหระพา 2.ใบแมงลัก 3.ใบกะเพราะ 4.
55.ยากวาดแสงหมึก ซึ่งประกอบด้วยหมึกหอม จันทน์ชะมด ลูกกระวาน จันทร์เทศ ใบพิมเสน ลูกจันทน์ ดอกจันทน์ กานพลู ใบสันพร้าหอม หัวหอม ใบกะเพรา ดีงูเหลือม หนักสิ่งละ๔ส่วน ชะมด พิมเสน หนักสิ่งละ๑ส่วน มีสรรพคุณอย่างไร
     1.แก้ตัวร้อน ละลายน้ำดอกไม้เทศ 2.แก้ไอ ละลายน้ำลูกมะแว้ง 3.แก้ปากเป็นแผล ละลายลูกเบญกานี 4.ถูกทุกข้อ
56.ยาไฟห้ากอง ประกอบด้วย รากเจตมูลเพลิง ขิง พริกไทยล่อน สารส้ม แล้วยังขาดตัวยาในข้อใด ฝักส้มป่อย
57.ยาไฟประลัยกัลป์ มีสรรพคุณอย่างไร ขับน้ำคาวปลา
58.ถ้าต้องการกระทุ้งพิษไข้เด็ก ใช้ยาตำรับใด 1.ยาห้าราก 2.ยาเขียวใหญ่
59.ยาวิมานฉิมพลี มีสรรพคุณอย่างไร 1.แก้ไข้ แก้ขัดเบา 2.แก้ไข้พิษ ไข้กาฬ
60.ถ้าคนไข้เป็นตานโจร หืดน้ำนม ไอผอมเหลือง ไส้พอง ท้องใหญ่ ต้องใช้ยาตำรับใด 1.ยาฤทธิจร 2.ยาปะโตลาธิคุณ 3.          4.ยาไฟอาวุธ
61.พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจ เข้าไปตรวจในเวลาใด 1.พระอาทิตย์ขึ้น-ตก 2.เวลาทำการ 3.ตลอดเวลา 4.
62.คำวินิจฉัยของคณะกรรมการวิชาชีพ ที่ถูกต้องเป็นอย่างไร
     1.มีลายมือชื่อของประธานกรรมการวิชาชีพ 2.มีลายมือชื่อของกรรมการวิชาชีพและมีคำวินิจฉัยคำกล่าวหาหรือกล่าวโทษและต้องมีเหตุผลไว้ด้วย
     3.มีลายมือชื่อของ… 4.ถูกทุกข้อ
63.หมอตุ๊ก(จัง) สอบได้ใบประกอบโรคศิลปะเภสัชกรรมไทย แต่ได้ปรุงยาลูกกลอนโดยผสมยาสเตียรอยด์ลงไปด้วย หมอตุ๊ก มีความผิดหรือไม่
     1.ผิด เพราะผิดสาขา
64.นาย ก. ยังไม่มีใบประกอบโรคศิลปะ แต่ได้ลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์ว่า ”ตนมียารักษาโรคเอดส์ได้” นาย ก. มีความผิดหรือไม่
     1.ผิด เพราะเป็นการกระทำให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนมีสิทธิ์ประกอบโรคศิลปะ 2.ผิดเพราะ
65.เมื่อคณะกรรมการยกคำกล่าวโทษแล้ว ผู้ใดมีสิทธิ์อุทธรณ์
     1.ผู้เสียหาย 2.ผู้เห็นการกระทำผิด 3.คณะกรรมการ 4.ไม่มีสิทธิ์อุทธรณ์
66.ข้อใดผิด
     1.ค่าขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ ฉบับละ๒,๐๐๐บาท
     2.ค่าสอบความรู้ผู้ขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ ฉบับละ๒,๐๐๐บาท
     3.ค่าใบแทนใบอนุญาต ฉบับละ๓๐๐บาท
67.คณะกรรมการได้แจ้งให้ นายมอมแมม ส่งวัตถุที่จำเป็นแก่การดำเนินการ แต่นายมอมแมม ไม่ส่ง นายมอมแมม จะได้รับโทษใด
     1.จำคุกไม่เกินหนึ่งเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
     2.จำคุกไม่เกินสองเดือนหรือปรับไม่เกินสองพันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
     3.จำคุกไม่เกินสามเดือนหรือปรับไม่เกินสามพันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
     4.จำคุกไม่เกินสองเดือนหรือปรับไม่เกินสี่พันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
68.ผู้ประกอบโรคศิลปะถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตได้กระทำด้วยประการใดๆให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนเป็นผู้มีสิทธิทำการประกอบโรคศิลปะต้องระวางโทษจำคุก
โดยคดีถึงที่สุดแล้ว ให้คณะกรรมการวิชาชีพกระทำการใด
     1.ไม่ต้องกระทำการใด 2.สั่งเพิกถอนใบอนุญาตโดยมีผลตั้งแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา
69.สาขาใด้ไม่ได้อยู่ในพรบ.การประกอบโรคศิลปะ พ.ศ.2542
    1.การแพทย์แผนไทย 2.การแพทย์แผนจีน 3.กายภาพบำบัด 4.เทคนิคการแพทย์
70.ยาไฟอาวุธ มีสรรพคุณอย่างไร

[ แก้ไขล่าสุดโดยadminเมื่อ2015-05-30 10:37 ]
ข้อ 1.      ข้อใดจัดเป็นยาแผนโบราณตาม พ.ร.บ.ยา
                 1.   ยาที่มุ่งหมายสำหรับการประกอบโรคศิลปะแผนโบราณ
                 2.   ยาที่รัฐมนตรีประกาศเป็นยาแผนโบราณ
                 3.   ยาที่ขึ้นทะเบียนตำรับยาถูกต้องแล้ว
                 4.   ยาสมุนไพรที่มุ่งหมายใช้บำบัดโรคสัตว์
ข้อ 2.      ถ้าผู้ผลิตลักลอบผสมตัวยาสเตียรอยด์ลงไปในยาแผนโบราณตำรับที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้  ถือว่าเป็นการผลิต
                 1.   ยาผลิตมาตราฐาน
                 2.   ยาาปลอม
                 3.   ยาแผนปัจจุบัน
                 4.   ยาอันตราย
ข้อ 3.      นายสุดหล้าเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทย ประเภทเวชกรรมไทย ปรุงยาเพื่อขายให้กับผู้ป่วยของตน กรณีใด สามารถทำได้โดยไม่ต้องขออนุญาตผลิตยาตาม พ.ร.บ.ยา
                 1.   ปรุงยาสูตรพิเศษที่คิดค้นขึ้นเอง
                 2.   ปรุงยาตามตำรับแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์
                 3.   ปรุงยาตามหลักที่ผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณใช้สืบต่อกันมา
                 4.   ปรุงยาตามตำรับแบบไทย
ข้อ 4.      ผู้รับอนุญาตผู้ใดเลิกกิจการที่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 ต้องแจ้งการเลิกกิจการเป็นหนังสือให้ผู้รับอนุญาต ทราบไม่เกินกี่วัน นับแต่วันเลิกกิจการและให้ถือว่าใบอนุญาตหมดอายุตั้งแต่วันเลิกกิจการตามที่แจ้งไว้นั้น
                 1.   10 วัน
                 2.   15 วัน
                 3.   7 วัน
                 4.   5 วัน
ข้อ 5.      พ่อหมอทองหล้าไม่ได้เป็นผู้ประกอบโรคศิลปะเก็บตัวยาสมุนไพรหลายชนิดมาหั่นและสับเป็นชิ้นๆ ใส่ถุงรวมกัน ปิดฉลากว่า "ยาโลหิตสตรี บำรุงร่างกาย ทำให้เลือดลมดี ประจำเดือนมาปกติ แก้มุตกิต" และนำไปขายในงานวัด พ่อหมอทองหล้ามีความผิดตาม พ.ร.บ.ยา หรือไม่
                 1.   ไม่ผิด เพราะเป็นการขายยาสมุนไพร กฎหมายยกเว้นให้ไม่ต้องขออนุญาตผลิตยา
                 2.   ไม่ผิด เพราะเป็นการขายยาสมุนไพร ยังไม่ปรุงเป็นยา
                 3.   ผิด เพราะแสดงสรรพคุณบนฉลากว่าเป็นยา โดยไม่ได้รับอนุญาต
                 4.   ข้อ 1 และ 2 ถูก
ข้อ 6.      คณะกรรมการสถานพยาบาลซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิอยู่ในตำแหน่งคราวละ กี่ปี
                 1.   1 ปี
                 2.   2 ปี
                 3.   3 ปี
                 4.   ไม่กำหนดวาระ
ข้อ 7.       คำว่า ผู้อนุญาต ในพระราชบัญญัตสถานพยาบาล พ.ศ.2541 หมายความว่า
                 1.   รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
                 2.   ผู้อำนวยการกองการประกอบโรคศิลปะ
                 3.   ปลัดกระทรวงสาธารณสุขหรือผู้ที่ปลัดมอบหมาย
                 4.   อธิบดีกรมการแพทย์
ข้อ 8.    ถ้าผู้รับอนุญาตตายและมีบุคคลแสดงความจำนงเพื่อขอประกอบกิจการต่อ ต้องแสดงความจำนงต่อผู้อนุญาตภายในกี่วัน นับตั้งแต่ วันที่  ผู้รับอนุญาตตาย
                 1.   ภายใน 7 วัน
                 2.   ภายใน 15 วัน
                 3.   ภายใน 30 วัน
                 4.   ภายใน 15 วัน
ข้อ 9.      ใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาลมีอายุ
                 1.   1 ปี
                 2.   2 ปี
                 3.   10 ปี
                 4.   ไม่มีอายุ
ข้อ 10.    สถานพยาบาลหมายความว่า
                 1.   สถานที่จัดไว้เพื่อประกอบโรคศิลปะโดยตรง
                 2.   สถานที่จัดไว้เพื่อช่วยเหลือและรักษาผู้ป่วย ตามกฎหมาย
                 3.   สถานที่จัดไว้เพื่อรักษาผู้ป่วยและขายยา
                 4.   สถานที่รวมถึงยานพาหนะซึ่งจัดแสดงไว้เพื่อประกอบโรคศิลปะ ตามกฎหมายโดยกระทำเป็นปกติธุระ
ข้อ 11.    กรรมการวิชาชีพซึ่งได้รับเลือกตั้งโดยผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทย มีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละกี่ปี
                 1.   1 ปี
                 2.   2 ปี
                 3.   3 ปี
                 4.   ไม่กำหนดวาระ
ข้อ 12.  การขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตการออกใบอนุญาต การออกหนังสือรับรองความรู้ความชำนาญเฉพาะทางในการประกอบโรค ศิลปะ  การขอรับใบแทนใบอนุญาต และการออกใบแทนใบอนุญาตให้เป็นไปตามข้อใด
                 1.   ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
                 2.   ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในระเบียบ
                 3.   ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในประกาศ
                 4.   ผิดทุกข้อ
ข้อ 13.    การประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทย อาจเพิ่มประเภทใหม่ๆขึ้นได้โดย
                 1.   การประกาศกำหนดของคณะกรรมการการประกอบโรคศิลปะ
                 2.   การประกาศกำหนดของคณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนไทย
                 3.   รัฐมนตรีประกาศกำหนด
                 4.   รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยคำแนะนำของคณะกรรมการการประกอบโรคศิลปะ
ข้อ 14.    ณ วันที่ 25 มีค. 2545 นาย ก.หยิบหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งประจำวันที่ 24 มีค. 2544 มาอ่าน พบว่ามีการโฆษณาการประกอบโรคศิลปะของนาย ข.ดังนี้ นาย ก.จะนำเรื่องร้องเรียนได้หรือไม่
                 1.   ร้องเรียนได้ เพราะนาย ข. กระทำผิด
                 2.   ร้องเรียนไม่ได้ เพราะขาดอายุความ
                 3.   ร้อนเรียนได้ โดยทำหนังสือกล่าวหาต่อคณะกรรมการวิชาชีพ
                 4.   ร้องเรียนได้ เพราะยังไม่ขาดอายุความ
ข้อ 15.    นส.วนิดา ช้าเหลือเกิน รับใบอณุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ ประจำปี 2543 ทำไมในใบอนุญาตจึงยังมีข้อความว่า " อาศัยอำนาจ ตาม พ.ร.บ. ควบคุมการประกอบโรคศิลปะ"
                1.   ยังอยู่ในระหว่างเปลี่ยนแปลง พรบ.
                2.   ยังต้องใช้กฎกระทรวง ระเบียบ หรือประกาศเดิมจนกว่าจะได้มีฉบับใหม่
                3.   กฎหมายใหม่ยังไม่ได้กำหนดเรื่องใบอนุญาต
                4.   เป็นการปฎิบัติตามกฎหมายเดิมที่ยังไม่ได้แก้ไข
ข้อ 16.    นางสาวขวัญ รักคุณ มีความรู้เรื่องการประกอบโรคศิลปะโดยการเรียนรู้สืบทอดจากบรรพบุรุษ แต่ไม่มีใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรค ศิลปะ ทำการตรวจรักษาผู้ป่วย และเรียกค่าตอบแทนนางสาวขวัญ รักคุณ มีความผิดหรือไม่
                1.   ไม่มีความผิด เพราะได้รับการยกเว้น
                2.   มีความผิดฐานประกอบโรคศิลปะโดยไม่มีใบอนุญาต
                3.   ไม่มีความผิดเพราะไม่เกิดอันตราย
                4.   มีความผิดเพราะกฎหมายบัญญัติห้าม
ข้อ 17.    นาย ก.เป็นผู้ประกอบโรคศิลปะที่ถูกคณะกรรมการวิชาชีพลงโทษสั่งเพิกถอนใบอนุญาต ต่อมา นาย ก. ได้พบเห็นผู้ป่วยจึงช่วยเหลือ ดังนี้ ถือว่า นาย ก.
                1.   ทำการประกอบโรคศิลปะ โดยไม่มีใบอนุญาต ผิดกฎหมาย
                2.   ทำการประกอบโรคศิลปะ โดยเข้าข้อยกเว้นกฎหมาย
                3.   ทำการประกอบโรคศิลปะ โดยผิดกฎหมาย แต่ได้รับโทษเบากว่าผู้ไม่มีใบอนุญาต
                4.   ทำการประกอบโรคศิลปะไม่ได้ เพราะถือว่า ไม่มีใบอนุญาตแล้ว
ข้อ 18.  ผู้ประกอบโรคศิลปะซึ่งถูกกล่าวหาว่าประพฤติผิดจรรยาบรรณ จะได้รับหนังสือแจ้งข้อหา พร้อมทั้งส่งสำเนาเรื่องที่กล่าวหาจากใคร ภาย ในกี่วัน   
                1.   จากผู้อำนวยการกองการประกอบโรคศิลปะ ภายในเวลาไม่น้อยกว่า 15 วัน ก่อนวันเริ่มทำการสอบสวน
                2.   จากประธานอนุกรรมการวิชาชีพ ซึ่งทำหน้าที่สอบสวน ภายในเวลาไม่น้อยกว่า 15 วัน ก่อนวันเริ่มทำการสอบสวน
                3.   จากผู้อำนวยการกองการประกอบโรคศิลปะ ภายในเวลาไม่น้อยกว่า 30 วัน ก่อนวันเริ่มทำการสอบสวน
                4.   จากประธานอนุกรรมการวิชาชีพซึ่งทำหน้าที่สอบสวน ภายในเวลาไม่น้อยกว่า 30 วัน ก่อนวันเริ่มทำการสอบสวน
ข้อ 19.    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มีอำนาจตามพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ.2542 ตรงตามข้อใด
                1.   แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่
                2.   ออกกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียม
                3.   กำหนดกิจการอื่น ออกระเบียบและประกาศ
                4.   ถูกหมดทุกข้อ
ข้อ 20.    หากผู้ประกอบโรคศิลปะถูกกล่าวหาเรื่องการประพฤติผิดจรรยาบรรณ และคณะกรรมการวิชาชีพพิจารณาวินิจฉัย มีคำสั่งให้พักใช้ ใบอนุญาต ผู้ประกอบโรคศิลปะผู้นั้นมีสิทธิ์อุทธรณ์อย่างไร
                1.   อุทธรณ์เป็นหนังสือต่อคณะกรรมการวิชาชีพภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีคำสั่ง
                2.   อุทธรณ์เป็นหนังสือต่อคณะกรรมการภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีคำสั่ง
                3.   อุทธรณืเป็นหนังสือต่อคณะกรรมการวิชาชีพภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ทราบคำสั่ง
                4.   อุทธรณ์เป็นหนังสือต่อคณะกรรมการภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ทราบคำสั่ง
ข้อ 21.    1 หาบ หนักกี่กิโลกรัม
                1.   60 กิโลกรัม
                2.   80 กิโลกรัม
                3.   100 กิโลกรัม
                4.   120 กิโลกรัม
ข้อ 22.    กัญชา จัดเป็นยาเสพติดชนิดหนึ่ง แต่มีสรรพคุณในทางรักษาโรคอย่างไร
                1.   ชูกำลัง เจริญอาหาร ทำให้นอนหลับ
                2.   ระงับประสาท และระงับอาการปวด
                3.   กระตุ้นหัวใจให้เต้นแรงและบำรุงหัวใจ
                4.   แก้อาการปวดเมื่อยตามร่างกาย
ข้อ 23.    การทำความสะอาดเครื่องมือและอุปกรณ์สำหรับการทำยาเม็ด ควรทำด้วยวิธีใด
                1.   นำน้ำเดือดราดพิมพ์มือทองเหลือง เช็ดให้แห้งสนิทด้วยผ้าสะอาด และใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์เช็ดอีกครั้ง
                2.   แช่พิมพ์มือทองเหลืองในน้ำอุ่น แอลกอฮอล์ เช็ดให้แห้งสนิท และใช้สำลีชุบอีกครั้งหนึ่ง
                3.   แช่พิมพ์มือทองเหลืองในแอลกอฮอล์เช็ดอีกครั้ง
                4.   น้ำเดือดราดพิมพ์มือทองเหลืองแล้วเช็ดให้แห้งด้วยผ้าสะอาด
ข้อ 24.    การบูรตัด หมายถึง
                1.   นำการบูรตำเป็นผงผสมกับน้ำไปผสมยา
                2.   นำเอาการบูรแทรกลงไปผสมกับยาเล็กน้อย แล้วรับประทาน
                3.   นำการบูรไปสะตุเสียก่อนแล้วนำมาผสมกับยาต้ม
                4.   นำเอาการบูรผสมตำรับยาเพื่อให้ได้สรรพคุณดีขึ้น
ข้อ 25.   การปรุงยาแผนโบราณในปัจจุบันนี้อยู่มีกี่วิธี
                1.   23 วิธี
                2.   24 วิธี
                3.   25 วิธี
                4.   28 วิธี
ข้อ 26.    การสะตุ ยาดำ มีวิธีการอย่างไร
                1.   นำยาดำมาทุบให้แตก ห่อด้วยใบบัว นำไปปิ้งไฟจนยาดำกรอบดำเป็นถ่าน
                2.   นำยาดำใส่หม้อดิน เติมน้ำเล็กน้อย ตั้งไฟจนยาดำแห้งกรอบ
                3.   นำยาดำใส่หม้อดิน บีบมะนาวหรือมะกรูด ตั้งไฟให้ยาดำแห้งกรอบ ทำให้ครบ 3 ครั้ง
                4.   นำยาดำมาพรมด้วยส้มสายชูแล้วนึ่งจนยาดำสุก
พระราชบัญญัติ
คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย
พ.ศ. ๒๕๔๒
                  

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๒
เป็นปีที่ ๕๔ ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรให้มีกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย

พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๕ มาตรา ๔๘ และมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. ๒๕๔๒”

มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้
“ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย” หมายความว่า พื้นความรู้ความสามารถเกี่ยวกับการแพทย์แผนไทย
“การแพทย์แผนไทย” หมายความว่า กระบวนการทางการแพทย์เกี่ยวกับการตรวจ วินิจฉัย บำบัด รักษา หรือป้องกันโรค หรือการส่งเสริมและฟื้นฟูสุขภาพของมนุษย์หรือสัตว์ การผดุงครรภ์ การนวดไทย และให้หมายความรวมถึงการเตรียมการผลิตยาแผนไทย และการประดิษฐ์อุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ ทั้งนี้ โดยอาศัยความรู้หรือตำราที่ได้ถ่ายทอดและพัฒนาสืบต่อกันมา
“ตำราการแพทย์แผนไทย” หมายความว่า หลักวิชาการต่างๆ เกี่ยวกับการแพทย์แผนไทย ทั้งที่ได้บันทึกไว้ในสมุดไทย ใบลาน ศิลาจารึก หรือวัสดุอื่นใดหรือที่มิได้มีการบันทึกกันไว้แต่เป็นการเรียนรู้หรือถ่ายทอดสืบต่อกันมาไม่ว่าด้วยวิธีใด
“ยาแผนไทย” หมายความว่า ยาที่ได้จากสมุนไพรโดยตรงหรือที่ได้จากการผสม ปรุง หรือแปรสภาพสมุนไพร และให้หมายความรวมถึงยาแผนโบราณตามกฎหมายว่าด้วยยา
“ตำรับยาแผนไทย” หมายความว่า สูตรซึ่งระบุกรรมวิธีการผลิตและส่วนประกอบสิ่งปรุงที่มียาแผนไทยรวมอยู่ด้วยไม่ว่าสิ่งปรุงนั้นจะมีรูปลักษณะใด
“สมุนไพร” หมายความว่า พืช สัตว์ จุลชีพ ธาตุวัตถุ สารสกัดดั้งเดิมจากพืช หรือสัตว์ที่ใช้หรือแปรสภาพหรือผสมหรือปรุงเป็นยาหรืออาหารเพื่อการตรวจวินิจฉัย บำบัด รักษา หรือป้องกันโรค หรือส่งเสริมสุขภาพร่างกายของมนุษย์หรือสัตว์ และให้หมายความรวมถึงถิ่นกำเนิดหรือถิ่นที่อยู่ของสิ่งดังกล่าวด้วย
“สมุนไพรควบคุม” หมายความว่า สมุนไพรที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดให้เป็นสมุนไพรควบคุม
“เขตอนุรักษ์” หมายความว่า เขตป่าสงวนแห่งชาติ เขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่า เขตอุทยานแห่งชาติ และเขตพื้นที่คุ้มครองอย่างอื่นเพื่อสงวนและรักษาสภาพธรรมชาติตามที่มีกฎหมายกำหนด
“สารสกัดดั้งเดิม” หมายความว่า สารธรรมชาติที่ยังมิได้ปรุงแต่งหรือต่อเติมโมเลกุลตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ จนเกิดเป็นสารใหม่
“แปรรูปอย่างหยาบ” หมายความว่า การปรุงแต่งหรือเปลี่ยนแปลงสภาพหรือคุณสมบัติของสมุนไพร ทำให้ได้สารสกัดแบบรวมด้วยกรรมวิธีแบบดั้งเดิมและแบบที่พัฒนาขึ้น โดยมิได้สกัดแยกสารบริสุทธิ์เป็นรายชนิดหรือรายตัว
“ผู้สืบทอดตำรับยาแผนไทยหรือตำราการแพทย์แผนไทย” หมายความว่า บุคคลซึ่งได้รับการถ่ายทอดตำรับยาแผนไทยหรือตำราการแพทย์แผนไทยจากผู้คิดค้น ผู้ปรับปรุง หรือผู้พัฒนาสิ่งดังกล่าวหรือได้เล่าเรียนสืบต่อกันมาโดยไม่ทราบผู้คิดค้น ผู้ปรับปรุงหรือผู้พัฒนาสิ่งดังกล่าว หรือผู้ซึ่งได้รับมอบสิ่งดังกล่าวจากบุคคลอื่น
“ผู้ทรงสิทธิ” หมายความว่า บุคคลซึ่งได้จดทะเบียนสิทธิในภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยตามพระราชบัญญัตินี้
“จำหน่าย” หมายความว่า ขาย จ่าย แจก หรือแลกเปลี่ยน และให้หมายความรวมถึงมีไว้เพื่อจำหน่ายด้วย
“ส่งออก” หมายความว่า นำหรือส่งออกนอกราชอาณาจักร
“แปรรูป” หมายความว่า การปรุงแต่งหรือการเปลี่ยนแปลงสภาพหรือคุณสมบัติของสมุนไพร
“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย
“กรรมการ” หมายความว่า กรรมการคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย
“ผู้อนุญาต” หมายความว่า ปลัดกระทรวงหรือผู้ซึ่งปลัดกระทรวงมอบหมาย
“นายทะเบียน” หมายความว่า นายทะเบียนกลางหรือนายทะเบียนจังหวัด แล้วแต่กรณี
“พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้อนุญาต นายทะเบียน และผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
“ปลัดกระทรวง” หมายความว่า ปลัดกระทรวงสาธารณสุข
“รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ ออกกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราท้ายพระราชบัญญัตินี้และกำหนดกิจการอื่น รวมทั้งออกระเบียบและประกาศ ทั้งนี้ เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
กฎกระทรวง ระเบียบและประกาศนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

หมวด ๑
คณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย
                  

มาตรา ๕ ให้มีคณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยประกอบด้วย ปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธานกรรมการ อธิบดีกรมการแพทย์ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา อธิบดีกรมปศุสัตว์ อธิบดีกรมป่าไม้ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม และผู้อำนวยการกองการประกอบโรคศิลปะ เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนเท่ากับจำนวนกรรมการโดยตำแหน่งซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งโดยเลือกจากกลุ่มผู้ประกอบโรคศิลปะและจากกลุ่มผู้ซึ่งมีความรู้ความสามารถหรือประสบการณ์ทางด้านการแพทย์แผนไทย การผลิตหรือจำหน่ายยาแผนไทยและการปลูกหรือแปรรูปสมุนไพร และอธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก* เป็นกรรมการและเลขานุการ
การเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๖ คณะกรรมการมีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑) ให้คำแนะนำหรือคำปรึกษาแก่รัฐมนตรีในการออกกฎกระทรวง ระเบียบ หรือประกาศตามพระราชบัญญัตินี้
(๒) ส่งเสริมและพัฒนาการใช้ประโยชน์จากภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและสมุนไพร
(๓) กำหนดมาตรการเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงและประสานงานระหว่างส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ชุมชน และองค์กรเอกชนที่ดำเนินงานเกี่ยวกับการคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและสมุนไพร
(๔) ให้ความเห็นชอบในการสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนสิทธิในภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยตามมาตรา ๓๙ วรรคสาม
(๕) พิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์คำสั่งหรือคำวินิจฉัยของนายทะเบียนหรือของผู้อนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้
(๖) วางระเบียบเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการยื่นอุทธรณ์และวิธีพิจารณาอุทธรณ์การจัดทำทะเบียนภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย การบริหาร การจัดหาผลประโยชน์ และการใช้จ่ายเงินกองทุนและการดำเนินงานเกี่ยวกับการคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและสมุนไพร
(๗) ปฏิบัติการอื่นตามที่พระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นกำหนดให้เป็นอำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการ
(๘) ปฏิบัติการอื่นตามที่รัฐมนตรีมอบหมาย

มาตรา ๗ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสองปีนับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง
ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ ภายใต้บังคับมาตรา ๕ วรรคสอง รัฐมนตรีอาจแต่งตั้งผู้อื่นซึ่งมีคุณสมบัติเช่นเดียวกันเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแทนได้ และให้ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ตนแทน
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้

มาตรา ๘ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา ๗ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) เป็นบุคคลล้มละลาย
(๔) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(๕) รัฐมนตรีสั่งให้ออกเพราะบกพร่องหรือไม่สุจริตต่อหน้าที่ หรือมีความประพฤติเสื่อมเสีย
(๖) ต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(๗) พ้นจากการเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ ในกรณีที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการในฐานะนั้น

มาตรา ๙ การประชุมคณะกรรมการ ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม
ในการประชุมครั้งใด ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม
การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

มาตรา ๑๐ คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่คณะกรรมการมอบหมาย
ให้นำมาตรา ๙ มาใช้บังคับแก่การประชุมของคณะอนุกรรมการโดยอนุโลม

มาตรา ๑๑ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ คณะกรรมการและคณะอนุกรรมการมีอำนาจสั่งให้บุคคลที่เกี่ยวข้องชี้แจงหรือนำพยานหลักฐานมาแสดงเพื่อประกอบการพิจารณา

มาตรา ๑๒ ให้กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก* กระทรวงสาธารณสุขมีอำนาจหน้าที่ดำเนินการต่างๆ เกี่ยวกับการคุ้มครองและส่งเสริมการศึกษาอบรม การศึกษาวิจัยและพัฒนาภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและสมุนไพร และรับผิดชอบในงานธุรการและงานวิชาการของคณะกรรมการ

มาตรา ๑๓ ให้อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก*เป็นนายทะเบียนกลาง และให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเป็นนายทะเบียนจังหวัด

หมวด ๒
การคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย
                      

มาตรา ๑๔ สิทธิในภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยที่จะได้รับการคุ้มครองตามพระราชบัญญัตินี้ ได้แก่ สิทธิในภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยเกี่ยวกับตำรับยาแผนไทยและตำราการแพทย์แผนไทย

มาตรา ๑๕ ให้กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก*มีหน้าที่รวบรวมข้อมูลภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยเกี่ยวกับตำรับยาแผนไทยและตำราการแพทย์แผนไทยทั่วราชอาณาจักร เพื่อจัดทำทะเบียน
การจัดทำทะเบียนภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยเกี่ยวกับตำรับยาแผนไทยและตำราการแพทย์แผนไทยตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด

มาตรา ๑๖ ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยมีสามประเภท คือ
(๑) ตำรับยาแผนไทยของชาติหรือตำราการแพทย์แผนไทยของชาติ
(๒) ตำรับยาแผนไทยทั่วไปหรือตำราการแพทย์แผนไทยทั่วไป
(๓) ตำรับยาแผนไทยส่วนบุคคลหรือตำราการแพทย์แผนไทยส่วนบุคคล

มาตรา ๑๗ ให้รัฐมนตรีมีอำนาจประกาศกำหนดตำรับยาแผนไทยหรือตำราการแพทย์แผนไทยที่มีประโยชน์หรือมีคุณค่าในทางการแพทย์หรือการสาธารณสุขเป็นพิเศษ ให้เป็นตำรับยาแผนไทยของชาติหรือตำราการแพทย์แผนไทยของชาติ แล้วแต่กรณี
การประกาศตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๑๘ ให้รัฐมนตรีมีอำนาจประกาศกำหนดตำรับยาแผนไทยหรือตำราการแพทย์แผนไทยที่มีการใช้ประโยชน์กันอย่างแพร่หลายหรือที่พ้นอายุการคุ้มครองสิทธิตามมาตรา ๓๓ ให้เป็นตำรับยาแผนไทยทั่วไปหรือตำราการแพทย์แผนไทยทั่วไป แล้วแต่กรณี
การประกาศตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๑๙ ผู้ใดประสงค์จะนำตำรับยาแผนไทยของชาติไปขอขึ้นทะเบียนตำรับยาและขออนุญาตผลิตยาตามกฎหมายว่าด้วยยา หรือนำไปทำการศึกษาวิจัยเพื่อปรับปรุงหรือพัฒนาเป็นตำรับยาใหม่เพื่อประโยชน์ในทางการค้า หรือประสงค์จะทำการศึกษาวิจัยตำราการแพทย์แผนไทยของชาติเพื่อปรับปรุงหรือพัฒนาภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยขึ้นใหม่ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในทางการค้าให้ยื่นคำขอรับอนุญาตใช้ประโยชน์และชำระค่าธรรมเนียม รวมทั้งค่าตอบแทนสำหรับการใช้ประโยชน์ดังกล่าวต่อผู้อนุญาต
การขอรับอนุญาตและการอนุญาต ข้อจำกัดสิทธิ และค่าตอบแทน ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๒๐ ตำรับยาแผนไทยส่วนบุคคลหรือตำราการแพทย์แผนไทยส่วนบุคคลตามมาตรา ๑๖ (๓) อาจนำมาจดทะเบียนสิทธิในภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยเพื่อขอรับการคุ้มครองและส่งเสริมตามที่กำหนดโดยบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ได้ โดยยื่นคำขอต่อนายทะเบียน
การขอจดทะเบียนสิทธิในภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๒๑ บุคคลซึ่งมีสิทธิจดทะเบียนสิทธิในภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยตามมาตรา ๒๐ ต้องมีสัญชาติไทยและมีคุณสมบัติดังนี้
(๑) เป็นผู้คิดค้นตำรับยาแผนไทยหรือตำราการแพทย์แผนไทย
(๒) เป็นผู้ปรับปรุงหรือพัฒนาตำรับยาแผนไทยหรือตำราการแพทย์แผนไทย
(๓) เป็นผู้สืบทอดตำรับยาแผนไทยหรือตำราการแพทย์แผนไทย

มาตรา ๒๒ ห้ามมิให้รับจดทะเบียนสิทธิในภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย เมื่อนายทะเบียนเห็นว่า
(๑) เป็นตำรับยาแผนไทยของชาติหรือตำราการแพทย์แผนไทยของชาติ หรือเป็นตำรับยาแผนไทยทั่วไปหรือตำราการแพทย์แผนไทยทั่วไป หรือ
(๒) เป็นตำรับยาแผนไทยส่วนบุคคลที่ปรุงโดยไม่ใช้หลักการแพทย์แผนไทย เช่น ใช้สารสกัดจากพืช สัตว์ หรือจุลชีพที่มิใช่สารสกัดดั้งเดิมตามธรรมชาติ หรือใช้วิธีการแปรรูปที่มิใช่การแปรรูปอย่างหยาบ

มาตรา ๒๓ การขอจดทะเบียนสิทธิในภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยรายใดไม่ชอบด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ หรือเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวงตามมาตรา ๒๐ วรรคสอง ให้นายทะเบียนมีคำสั่งให้ผู้ขอจดทะเบียนรายนั้นแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่งนั้น
ถ้าผู้ขอจดทะเบียนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของนายทะเบียนภายในกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่งให้ยกเลิกคำขอจดทะเบียนนั้น

มาตรา ๒๔ เมื่อนายทะเบียนตรวจสอบคำขอจดทะเบียนแล้วเห็นว่าผู้ขอจดทะเบียนเป็นผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา ๒๑ และภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยที่ขอจดทะเบียนนั้น ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๒๒ ให้นายทะเบียนประกาศโฆษณาคำขอจดทะเบียนนั้น โดยไม่ชักช้า ณ สำนักงานทะเบียนและที่ทำการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง

มาตรา ๒๕ ในกรณีที่มีผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนสิทธิในภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยร่วมกันหลายคน ให้นายทะเบียนกำหนดวันสอบสวนและแจ้งไปยังผู้ขอจดทะเบียนทุกคน
ในการสอบสวนตามวรรคหนึ่ง นายทะเบียนจะเรียกผู้ขอจดทะเบียนคนใดมาให้ถ้อยคำ ชี้แจง หรือให้ส่งเอกสารหรือสิ่งใดเพิ่มเติมก็ได้ เมื่อนายทะเบียนได้ดำเนินการสอบสวน และปลัดกระทรวงได้วินิจฉัยแล้ว ให้นายทะเบียนแจ้งคำวินิจฉัยไปยังผู้ขอจดทะเบียนทุกคน
การสอบสวนและการพิจารณาวินิจฉัย ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๒๖ ในกรณีที่มีผู้ขอจดทะเบียนสิทธิในภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยอย่างเดียวกันหลายคนโดยไม่ได้ร่วมกัน ให้บุคคลซึ่งได้ยื่นคำขอจดทะเบียนไว้ก่อนเป็นผู้มีสิทธิจดทะเบียน ถ้ายื่นคำขอจดทะเบียนในวันและเวลาเดียวกัน ให้ทำความตกลงกันว่าจะให้บุคคลใดมีสิทธิแต่ผู้เดียวหรือให้มีสิทธิร่วมกัน ถ้าตกลงกันไม่ได้ภายในเวลาที่นายทะเบียนกำหนด ให้คู่กรณีนำคดีไปสู่ศาลภายในกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันสิ้นระยะเวลาที่นายทะเบียนกำหนด ถ้าไม่นำคดีไปสู่ศาลภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้ยกเลิกคำขอจดทะเบียนของบุคคลเหล่านั้น

มาตรา ๒๗ เมื่อนายทะเบียนตรวจสอบคำขอจดทะเบียนแล้วเห็นว่าผู้ขอจดทะเบียนไม่ได้เป็นผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา ๒๑ และภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยที่ขอจดทะเบียนนั้นมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๒๒ ให้นายทะเบียนมีคำสั่งยกคำขอจดทะเบียนนั้น และให้มีหนังสือแจ้งคำสั่งไปยังผู้ขอจดทะเบียนภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีคำสั่งยกคำขอจดทะเบียนดังกล่าว

มาตรา ๒๘ ในกรณีที่ผู้ขอจดทะเบียนอุทธรณ์คำสั่งของนายทะเบียนตามมาตรา ๒๗ ถ้าคณะกรรมการมีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ว่าคำสั่งของนายทะเบียนไม่ถูกต้อง ให้นายทะเบียนดำเนินการเกี่ยวกับคำขอจดทะเบียนรายนั้นต่อไป

มาตรา ๒๙ เมื่อได้ประกาศโฆษณาคำขอจดทะเบียนรายใดตามมาตรา ๒๔ แล้วบุคคลใดเห็นว่าตนมีสิทธิจดทะเบียนสิทธิในภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยนั้น จะยื่นคำคัดค้านต่อนายทะเบียนพร้อมทั้งแสดงหลักฐานก็ได้ แต่ต้องยื่นภายในหกสิบวันนับแต่วันประกาศโฆษณาตามมาตรา ๒๔

มาตรา ๓๐ ก่อนที่จะมีคำวินิจฉัย นายทะเบียนต้องให้ผู้ขอจดทะเบียนและผู้คัดค้านชี้แจงหรือนำพยานหลักฐานมาแสดงเพื่อประกอบการพิจารณา
เมื่อนายทะเบียนได้มีคำวินิจฉัยแล้ว ให้มีหนังสือแจ้งคำวินิจฉัยพร้อมด้วยเหตุผลให้ผู้ขอจดทะเบียนและผู้คัดค้านทราบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีคำวินิจฉัยดังกล่าว

มาตรา ๓๑ ในกรณีที่ไม่มีผู้คัดค้านตามมาตรา ๒๙ หรือในกรณีที่มีผู้คัดค้าน และได้มีคำวินิจฉัยถึงที่สุดให้ผู้ขอจดทะเบียนเป็นผู้มีสิทธิจดทะเบียนหรือให้ผู้คัดค้านเป็นผู้มีสิทธิจดทะเบียนก็ดี ให้นายทะเบียนมีคำสั่งให้จดทะเบียนสิทธิภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยให้แก่ผู้ขอจดทะเบียนหรือผู้คัดค้านนั้นได้
เมื่อได้มีคำสั่งให้จดทะเบียนสิทธิในภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้นายทะเบียนมีหนังสือแจ้งคำสั่งให้ผู้ขอจดทะเบียนหรือผู้คัดค้านทราบ และให้ชำระค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคำสั่ง ถ้าผู้ขอจดทะเบียนหรือผู้คัดค้านไม่ชำระค่าธรรมเนียมภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้ยกเลิกคำขอจดทะเบียน
หนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนสิทธิในภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ให้เป็นไปตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๓๒ ในกรณีที่ปลัดกระทรวงมีคำวินิจฉัยตามมาตรา ๒๕ วรรคสอง ว่ามีสิทธิได้รับการจดทะเบียนหลายคน หรือกรณีที่ผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนอย่างเดียวกันหลายคนตกลงให้มีสิทธิในภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยร่วมกัน หรือศาลพิพากษาให้มีสิทธิในภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยร่วมกันตามมาตรา ๒๖ ให้บุคคลเหล่านั้นมีสิทธิจดทะเบียนสิทธิในภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยร่วมกันได้
การจดทะเบียนสิทธิในภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยร่วมกัน ให้ผู้มีสิทธิร่วมกันนั้นจัดทำบันทึกข้อตกลงว่าจะใช้สิทธิร่วมกันอย่างไร มอบไว้กับนายทะเบียนพร้อมกับการจดทะเบียนด้วย

มาตรา ๓๓ สิทธิในภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยตามพระราชบัญญัตินี้ ให้มีอายุตลอดอายุของผู้ทรงสิทธิ และมีอยู่ต่อไปอีกเป็นเวลาห้าสิบปีนับแต่วันที่ผู้ทรงสิทธิถึงแก่ความตาย
ในกรณีที่มีผู้ทรงสิทธิร่วมตามมาตรา ๓๒ ให้สิทธิในภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยดังกล่าวมีอยู่ตลอดอายุของผู้ทรงสิทธิร่วม และมีอยู่ต่อไปอีกเป็นเวลาห้าสิบปีนับแต่ผู้ทรงสิทธิร่วมคนสุดท้ายถึงแก่ความตาย
เมื่อพ้นระยะเวลาตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสองแล้ว ให้รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษากำหนดตำรับยาแผนไทยหรือตำราการแพทย์แผนไทยนั้น ให้เป็นตำรับยาแผนไทยทั่วไปหรือตำราการแพทย์แผนไทยทั่วไปตามมาตรา ๑๖ (๒) แล้วแต่กรณี

มาตรา ๓๔ ผู้ทรงสิทธิเท่านั้นมีสิทธิในการผลิตยา และมีสิทธิในการใช้ศึกษาวิจัยจำหน่าย ปรับปรุงหรือพัฒนาตำรับยาแผนไทยหรือภูมิปัญญาในตำราการแพทย์แผนไทยที่ได้จดทะเบียนไว้
ความในวรรคหนึ่งไม่ใช้บังคับแก่
(๑) การกระทำใดๆ เพื่อประโยชน์ในการศึกษา ค้นคว้า ทดลอง หรือวิจัยตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด หรือ
(๒) การเตรียมยาเฉพาะรายตามใบสั่งแพทย์ โดยผู้ประกอบโรคศิลปะแผนไทยหรือ
(๓) การผลิตยาเพื่อยังชีพแบบพื้นบ้าน หรือการผลิตยาโดยสถานพยาบาลของรัฐส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐ เพื่อประโยชน์ในการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลของรัฐ หรือการใช้ตำราการแพทย์แผนไทยเพื่อประโยชน์ในการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลของรัฐ ทั้งนี้ ตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด

มาตรา ๓๕ สิทธิในภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยตามพระราชบัญญัตินี้ไม่อาจโอนให้แก่ผู้อื่นได้ เว้นแต่เป็นการตกทอดทางมรดก
ผู้ที่ได้รับการตกทอดทางมรดกซึ่งสิทธิในภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยตามวรรคหนึ่ง ต้องยื่นคำขอจดทะเบียนต่อนายทะเบียนภายในสองปีนับแต่วันที่ผู้ทรงสิทธิถึงแก่ความตาย
เมื่อไม่มีผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนรับการตกทอดทางมรดกซึ่งสิทธิในภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยภายในกำหนดเวลาตามวรรคสอง ให้ถือว่าสิทธิในภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยที่จะได้รับการคุ้มครองตามพระราชบัญญัตินี้เป็นอันสิ้นสุดลง และให้นำมาตรา ๓๓ วรรคสาม มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ๓๖ ผู้ทรงสิทธิจะอนุญาตให้บุคคลใดใช้สิทธิของตนตามมาตรา ๓๔ ก็ได้
การอนุญาตให้ใช้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๓๗ นายทะเบียนมีอำนาจสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนสิทธิในภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยได้ในกรณีดังต่อไปนี้
(๑) ผู้ทรงสิทธิได้ใช้สิทธินั้นโดยขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
(๒) ผู้ทรงสิทธิได้ฝ่าฝืนหรือมิได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขหรือข้อจำกัดที่นายทะเบียนกำหนดในการรับจดทะเบียนสิทธิในภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยนั้น

(๓) ผู้ทรงสิทธิได้ใช้สิทธิอันอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียอย่างร้ายแรงต่อภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยที่ได้จดทะเบียนไว้

มาตรา ๓๘ ผู้มีส่วนได้เสียหรือพนักงานอัยการอาจฟ้องต่อศาลขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนสิทธิในภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยที่ได้จดทะเบียนโดยไม่ชอบด้วยมาตรา ๒๑ หรือมาตรา ๒๒ ได้

มาตรา ๓๙ ก่อนที่จะสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนสิทธิในภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยตามมาตรา ๓๗ ให้นายทะเบียนทำการสอบสวนข้อเท็จจริงและแจ้งให้ผู้ทรงสิทธิทราบ เพื่อยื่นคำชี้แจงภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งดังกล่าว
ในการสอบสวนข้อเท็จจริงตามวรรคหนึ่ง นายทะเบียนจะให้บุคคลที่เกี่ยวข้องชี้แจงหรือนำพยานหลักฐานมาแสดงเพื่อประกอบการพิจารณาก็ได้
เมื่อนายทะเบียนได้ทำการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้วเห็นว่ามีเหตุผลสมควรเพิกถอนการจดทะเบียนสิทธิในภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ให้นายทะเบียนเสนอขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการ เมื่อคณะกรรมการให้ความเห็นชอบแล้วให้นายทะเบียนสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนสิทธิในภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยนั้นได้ และให้มีหนังสือแจ้งคำสั่งดังกล่าวพร้อมด้วยเหตุผลให้ผู้ทรงสิทธินั้นทราบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีคำสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนดังกล่าว

มาตรา ๔๐ ผู้ทรงสิทธิที่ถูกเพิกถอนการจดทะเบียนตามมาตรา ๓๙ อาจขอจดทะเบียนใหม่ได้ตามมาตรา ๒๐ เมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันที่นายทะเบียนมีคำสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนสิทธิในภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยนั้น

มาตรา ๔๑ ในกรณีที่ผู้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิในภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยได้ใช้สิทธินั้นโดยขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือฝ่าฝืน หรือมิได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวงออกตามความในมาตรา ๓๖ วรรคสอง หรือใช้สิทธิอันอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียอย่างร้ายแรงต่อภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยที่ได้จดทะเบียนไว้ นายทะเบียนมีอำนาจสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้ใช้สิทธิในภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยนั้นได้
การเพิกถอนการอนุญาตให้ใช้สิทธิในภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยตามมาตรานี้ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๔๒ ก่อนที่จะสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้ใช้สิทธิในภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยตามมาตรา ๔๑ ให้นายทะเบียนมีหนังสือแจ้งให้ผู้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิในภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยนั้นทราบเพื่อยื่นคำชี้แจงภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากนายทะเบียน และให้นำมาตรา ๓๙ วรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลม

เมื่อนายทะเบียนมีคำสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้ใช้สิทธิในภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยแล้ว ให้มีหนังสือแจ้งคำสั่งพร้อมด้วยเหตุผลให้ผู้ทรงสิทธิ และผู้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิในภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยทราบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีคำสั่งเพิกถอนการอนุญาตดังกล่าว

มาตรา ๔๓ บุคคลซึ่งมีสัญชาติของประเทศอื่นที่ยินยอมให้บุคคลสัญชาติไทยได้รับการคุ้มครองสิทธิในภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยในประเทศนั้นได้ อาจขอจดทะเบียนสิทธิในภูมิปัญญาการแพทย์พื้นเมืองของประเทศนั้นที่ได้จดทะเบียนไว้ในประเทศของตนเพื่อขอรับการคุ้มครองตามพระราชบัญญัตินี้ได้
การขอจดทะเบียน การออกหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียน และการเพิกถอนการจดทะเบียนตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

หมวด ๓
การคุ้มครองสมุนไพร
                      

มาตรา ๔๔ เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองสมุนไพร ให้รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการมีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษากำหนดประเภท ลักษณะ ชนิด และชื่อของสมุนไพรที่มีค่าต่อการศึกษาหรือวิจัย หรือมีความสำคัญทางเศรษฐกิจ หรืออาจจะสูญพันธุ์ ให้เป็นสมุนไพรควบคุม

มาตรา ๔๕ เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองสมุนไพรควบคุม ให้รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการมีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษา
(๑) กำหนดจำนวนหรือปริมาณของสมุนไพรควบคุมที่ครอบครอง ใช้ประโยชน์ ดูแล เก็บรักษา หรือขนย้ายที่ต้องแจ้งต่อนายทะเบียน
(๒) กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการแจ้งตาม (๑)
(๓) กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการครอบครอง การใช้ประโยชน์การดูแล การเก็บรักษา หรือการขนย้ายสมุนไพรควบคุม
(๔) กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการศึกษาวิจัยสมุนไพรควบคุม
(๕) กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการส่งออกสมุนไพรควบคุม เพื่อการค้าและที่มิใช่เพื่อการค้า หรือในการจำหน่าย หรือแปรรูปสมุนไพรควบคุมเพื่อการค้า
(๖) กำหนดการอื่นใดเพื่อคุ้มครอง ป้องกัน หรือระงับหรือบรรเทาอันตราย หรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นแก่สมุนไพรควบคุม

มาตรา ๔๖ ห้ามมิให้ผู้ใดศึกษาวิจัยหรือส่งออกสมุนไพรควบคุม หรือจำหน่ายหรือแปรรูป สมุนไพรควบคุมเพื่อการค้า เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากผู้อนุญาต
การขอรับใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
ใบอนุญาตที่ออกตามความในวรรคหนึ่ง ให้ใช้ได้จนถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคมของปีที่สามนับแต่ปีที่ออกใบอนุญาต

มาตรา ๔๗ ใบอนุญาตที่ออกตามมาตรา ๔๖ ให้คุ้มกันถึงลูกจ้างหรือตัวแทนของผู้รับใบอนุญาตด้วย
ให้ถือว่าการกระทำของลูกจ้างหรือตัวแทนของผู้รับใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง เป็นการกระทำของผู้รับใบอนุญาตด้วย เว้นแต่ผู้รับใบอนุญาตจะพิสูจน์ได้ว่าการกระทำนั้นเป็นการสุดวิสัยที่ตนจะล่วงรู้หรือควบคุมได้

มาตรา ๔๘ บทบัญญัติมาตรา ๔๖ มิให้ใช้บังคับแก่การศึกษาวิจัยสมุนไพรควบคุมซึ่งกระทำโดยหน่วยงานของรัฐ แต่ต้องแจ้งต่อนายทะเบียนและปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดตามมาตรา ๔๕ (๔)

มาตรา ๔๙ การต่ออายุใบอนุญาตที่ออกตามมาตรา ๔๖ ผู้รับใบอนุญาตจะต้องยื่นขอก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ เมื่อได้ยื่นคำขอดังกล่าวแล้ว ให้ดำเนินกิจการต่อไปได้จนกว่าผู้อนุญาตจะสั่งไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตนั้น
การขอต่ออายุใบอนุญาตและการอนุญาต ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๕๐ ในกรณีใบอนุญาตที่ออกตามมาตรา ๔๖ สูญหายหรือถูกทำลาย ให้ผู้รับใบอนุญาตยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาตภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับทราบการสูญหายหรือถูกทำลายนั้น
การขอและการออกใบแทนใบอนุญาต ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๕๑ ให้ผู้มีไว้ในครอบครองซึ่งสมุนไพรควบคุมเกินกว่าจำนวนหรือปริมาณที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดตามมาตรา ๔๕ (๑) อยู่ในวันที่รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษากำหนดให้สมุนไพรนั้นเป็นสมุนไพรควบคุม แจ้งการครอบครองสมุนไพรควบคุมนั้นต่อนายทะเบียนตามพระราชบัญญัตินี้ภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในประกาศดังกล่าว

มาตรา ๕๒ เมื่อปรากฏว่าผู้รับใบอนุญาตที่ออกตามมาตรา ๔๖ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ หรือกฎกระทรวง ระเบียบหรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ ผู้อนุญาตมีอำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตมีกำหนดครั้งละไม่เกินเก้าสิบวัน
ผู้รับใบอนุญาตซึ่งถูกพักใช้ใบอนุญาตต้องหยุดประกอบกิจการตามใบอนุญาตนั้นและระหว่างถูกพักใช้ใบอนุญาตจะขอรับใบอนุญาตใดๆ ตามพระราชบัญญัตินี้อีกไม่ได้

มาตรา ๕๓ ผู้อนุญาตมีอำนาจสั่งถอนคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตก่อนกำหนดเวลาได้เมื่อเป็นที่พอใจว่าผู้รับใบอนุญาตซึ่งถูกพักใช้ใบอนุญาตได้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ หรือกฎกระทรวง ระเบียบหรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้แล้ว

มาตรา ๕๔ เมื่อปรากฏว่าผู้รับใบอนุญาตที่ออกตามมาตรา ๔๖ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ หรือกฎกระทรวง ระเบียบหรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้และเป็นการกระทำผิดที่ร้ายแรง ผู้อนุญาตมีอำนาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาตได้
ผู้รับใบอนุญาตซึ่งถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต ต้องหยุดประกอบกิจการตามใบอนุญาตนั้น และจะขอรับใบอนุญาตใดๆ ตามพระราชบัญญัตินี้อีกไม่ได้จนกว่าจะพ้นกำหนดสองปีนับแต่วันที่ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต และผู้อนุญาตจะออกใบอนุญาตให้หรือไม่ก็ได้สุดแต่จะพิจารณาเห็นสมควร

มาตรา ๕๕ คำสั่งพักใช้ใบอนุญาตตามมาตรา ๕๒ และคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตตามมาตรา ๕๔ ให้ทำเป็นหนังสือแจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตทราบ ในกรณีที่ไม่พบตัวผู้รับใบอนุญาต หรือผู้รับใบอนุญาตไม่ยอมรับคำสั่งดังกล่าว ให้ปิดคำสั่งไว้ในที่เปิดเผยและเห็นได้ง่าย ณ สถานที่ที่ระบุไว้ในใบอนุญาต และให้ถือว่าผู้รับใบอนุญาตทราบคำสั่งนั้นแล้วตั้งแต่วันที่ปิดคำสั่ง

มาตรา ๕๖ ผู้รับใบอนุญาตซึ่งถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตตามมาตรา ๕๔ จะจำหน่ายสมุนไพรควบคุมของตนที่เหลืออยู่แก่ผู้รับใบอนุญาตอื่นหรือแก่ผู้ซึ่งผู้อนุญาตเห็นสมควรก็ได้ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ทราบคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาต หรือในกรณีที่มีการอุทธรณ์ให้นับตั้งแต่วันที่ทราบคำวินิจฉัยของคณะกรรมการ เว้นแต่ผู้อนุญาตจะผ่อนผันขยายเวลาให้อีกแต่ต้องไม่เกินหกสิบวัน

มาตรา ๕๗ เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองสมุนไพรและบริเวณถิ่นกำเนิดของสมุนไพรที่มีระบบนิเวศน์ตามธรรมชาติหรือมีความหลากหลายทางชีวภาพหรืออาจได้รับผลกระทบกระเทือนจากการกระทำของมนุษย์ได้โดยง่ายในเขตพื้นที่ที่ได้มีการกำหนดให้เป็นเขตอนุรักษ์ ให้รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการจัดทำแผนปฏิบัติการเรียกว่า “แผนจัดการเพื่อคุ้มครองสมุนไพร” เสนอขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี
แผนจัดการเพื่อคุ้มครองสมุนไพรตามวรรคหนึ่ง อาจจัดทำเป็นแผนระยะสั้น ระยะกลาง หรือระยะยาวได้ตามความเหมาะสม และจะต้องประกอบด้วยแผนงานและแนวทางการดำเนินงานในเรื่องดังต่อไปนี้
(๑) การกำหนดเงื่อนไขในการอนุญาตให้บุคคลใดเข้าไปในเขตอนุรักษ์ตามกฎหมายว่าด้วยการนั้นให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องถือปฏิบัติ เพื่อรักษาสภาพธรรมชาติหรือคุณค่าของสมุนไพร หรือมิให้กระทบกระเทือนต่อระบบนิเวศน์ตามธรรมชาติหรือความหลากหลายทางชีวภาพในบริเวณที่เป็นถิ่นกำเนิดของสมุนไพร
(๒) กำหนดวิธีการจัดการโดยเฉพาะสำหรับพื้นที่บริเวณที่เป็นถิ่นกำเนิดของสมุนไพร รวมทั้งการกำหนดขอบเขตหน้าที่และความรับผิดชอบของส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อประโยชน์ในการร่วมมือและประสานงานให้เกิดประสิทธิภาพในอันที่จะรักษาสภาพธรรมชาติ ระบบนิเวศน์ตามธรรมชาติ ความหลากหลายทางชีวภาพ และคุณค่าของสมุนไพรในพื้นที่บริเวณนั้น
(๓) การสำรวจและศึกษาวิจัยสมุนไพรและบริเวณถิ่นกำเนิดของสมุนไพร เพื่อประโยชน์ในการกำหนดมาตรการเพื่อคุ้มครองสมุนไพรและบริเวณถิ่นกำเนิดของสมุนไพร
(๔) การตรวจสอบ ติดตาม และวิเคราะห์การเข้าไปในเขตอนุรักษ์เพื่อประโยชน์ในการประเมินผลการดำเนินงานตามแผนและการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
แผนจัดการเพื่อคุ้มครองสมุนไพรตามวรรคหนึ่ง ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ๕๘ เพื่อประโยชน์ในการจัดทำแผนจัดการเพื่อคุ้มครองสมุนไพรตามมาตรา ๕๗ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าไปในพื้นที่ที่ได้มีการกำหนดให้เป็นเขตอนุรักษ์ใดๆ เพื่อทำการสำรวจและศึกษาวิจัยสมุนไพรและถิ่นกำเนิดของสมุนไพร ทั้งนี้ โดยความร่วมมือและประสานงานของส่วนราชการที่เกี่ยวข้องตามระเบียบที่คณะรัฐมนตรีกำหนด

มาตรา ๕๙ เมื่อได้ประกาศใช้แผนจัดการเพื่อคุ้มครองสมุนไพรตามมาตรา ๕๗ แล้วการคุ้มครองและจัดการพื้นที่ในเขตอนุรักษ์ให้เป็นไปตามแผนจัดการเพื่อคุ้มครองสมุนไพรและตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น

มาตรา ๖๐ ในพื้นที่เขตอนุรักษ์ใด ถ้าปรากฏว่ามีการจัดการพื้นที่โดยไม่ถูกต้องหรือมีสภาพปัญหาการจัดการเพื่อคุ้มครองสมุนไพรโดยไม่ถูกต้อง หรือมีการทำลายสมุนไพร หรือถิ่นกำเนิดของสมุนไพรอย่างรุนแรงเข้าขั้นวิกฤตซึ่งจะต้องได้รับการแก้ไขโดยทันที และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องไม่มีอำนาจตามกฎหมายหรือไม่สามารถที่จะทำการแก้ไขปัญหาได้ ให้รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการเสนอขออนุมัติต่อคณะรัฐมนตรีให้กระทรวงสาธารณสุขเข้าดำเนินการเพื่อใช้มาตรการคุ้มครองตามแผนจัดการเพื่อคุ้มครองสมุนไพรตามมาตรา ๕๗ เท่าที่จำเป็นและเหมาะสม เพื่อควบคุมและแก้ไขปัญหาได้

มาตรา ๖๑ ในกรณีที่พื้นที่ใดเป็นถิ่นกำเนิดของสมุนไพรที่มีระบบนิเวศน์ตามธรรมชาติหรือมีความหลากหลายทางชีวภาพที่อาจถูกทำลายหรืออาจได้รับผลกระทบกระเทือนจากการกระทำของมนุษย์ได้โดยง่าย หรือการเข้าไปใช้ประโยชน์จากสมุนไพรอันมีลักษณะเป็นการเสี่ยงต่อการสูญพันธ์หรือการลดลงของพันธุกรรม หรือทางราชการมีวัตถุประสงค์จะส่งเสริมให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการจัดการบริหาร การพัฒนา และการใช้ประโยชน์จากสมุนไพรในพื้นที่นั้น และพื้นที่นั้นยังมิได้ถูกประกาศกำหนดให้เป็นเขตอนุรักษ์ ให้รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการมีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดให้พื้นที่นั้นเป็นเขตพื้นที่คุ้มครองสมุนไพร
ที่ดินในบริเวณพื้นที่ที่จะกำหนดให้เป็นพื้นที่คุ้มครองสมุนไพรตามวรรคหนึ่งนั้นต้องไม่เป็นที่ดินที่อยู่ในกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายที่ดินของบุคคลใดซึ่งมิใช่ทบวงการเมือง
กฎกระทรวงตามวรรคหนึ่งจะต้องมีแผนที่แสดงแนวเขตที่ดินที่กำหนดเป็นพื้นที่คุ้มครองสมุนไพรนั้นแนบท้ายกฎกระทรวงด้วย
จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบรับราชการ    โทร 087-0708815
แนวข้อสอบวิชาเวชกรรมไทย ใช้สอบใบประกอบวิชาชีพแพทย์แผนไทย

ข้อ 1.     การโฆษณายาแบบใดที่ผู้อนุญาติมีอำนาจอนุมัติข้อความที่โฆษณาได้
                  1.   การโฆษณายาโดยการร้องเพลง
                  2.   การโฆษณาสรรพคุณยาอันตราย
                  3.   การโฆษณายาแก้เบาหวานโดยตรงต่อผู้ประกอบโรคศิลปะ
                  4.   การโฆษณายาโดยให้ผู้ประกอบโรคศิลปะเป็นผู้รับรองสรรพคุณ
ข้อ 2.     นายโชคขายสมุนไพรที่เข้าเมล็ดสลอดทั้งๆที่ยังอยู่ในลักษณะที่ยังไม่แปรสภาพ แต่อาจถูกจับข้อหาขายยาโดยไม่ได้รับอนุญาตได้ เพราะ
                 1.   ขายยาโบราณที่เป็นอันตราย
                 2.   นายโชคไม่เป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ
                 3.   ขายยาตำรับอันตราย
                 4.   ขายยาสมุนไพรที่เป็นอันตราย
ข้อ 3.     ในกรณีผู้อนุญาตไม่ออกใบอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตนั้น ผู้ขออนุญาตหรือผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตมีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีภายในกี่วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ ของผู้อนุญาตแจ้งการไม่ออกใบอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาต
                 1.   15 วัน
                 2.   20 วัน
                 3.   25 วัน
                 4.   30 วัน
ข้อ 4.     ผู้ใดผลิตยาปลอมต้องระวางโทษสถานใด
                1.   จำคุกหนึ่งปีถึงสิบปีและปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นถึงห้าหมื่นบาท
                2.   จำคุกตลอดชีวิต
                3.   จำคุกห้าปีและปรับห้าหมื่นบาท
                4.   จำคุกตั้งแต่สามปีถึงตลอดชีวิตและปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงห้าหมื่นบาท
ข้อ 5.     ผู้รับอนุญาตผลิตยาหรือขายยาแผนโบราณนอกสถานที่ที่ได้กำหนดไว้ในใบอนุญาตเว้นแต่เป็นการขายส่งจะมีโทษสถานใด
                1.   ปรับตั้งแต่หนึ่งพันบาทถึงสามพันบาท
                2.   ปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสามพันบาท
                3.   ปรับไม่เกินห้าร้อยบาท
                4.   ปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท
ข้อ 6.     การกระทำในข้อใดที่ผู้รับอนุญาตจะต้องดำเนินการเสมือนการขออนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาลใหม่
                1.   เปลี่ยนตัวผุ้ดำเนินการสถานพยาบาล
                2.   เปลี่ยนตัวผู้รับอนุญาต
                3.   เปลี่ยนชื่อสถานพยาบาลใหม่
                4.   ย้ายสถานพยาบาลไปประกอบกิจการที่อื่น
ข้อ 7.     ผู้ใดดำเนินการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 24 วรรคหนึ่งมีโทษประการใด
               1.   จำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
               2.   จำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
               3.   จำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
               4.   ปรับไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาท
ข้อ 8.     เมื่อท่านเป็นผู้ป่วย และเข้าไปรักษาในคลินิคแพทย์ สิ่งสำคัญที่ท่านควรจะต้องตรวจสอบในคลินิคนั้นคืออะไร
               1.   ป้ายชื่อคลินิคตรงกับชื่อแพทย์หรือไม่
               2.   ใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล
               3.   วุฒิบัตรแสดงความรู้หรือคุณวุฒิของแพทย์
               4.   อุปกรณ์การแพทย์รวมทั้งเวชภัณฑ์
ข้อ 9.     สมศรีมีความประสงค์จะขออนุญาตเป็นผู้ประกอบกิจการโรงพยาบาล แต่ผุ้อนุญาตไม่ยอมออกใบอนุญาตให้ สมศรีควรทำอย่างไร
               1.   อุทธรณ์ต่อปลัดกระทรววสาธารณสุข
               2.   อุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
               3.   อุทธรณ์ต่อนายกรัฐมนตรี
               4.   อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการสถานพยาบาล
ข้อ10.    อัตราค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาลประเภทที่ไม่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืนตรงตามข้อใด
               1.   ฉบับละ 2,000 บาท
               2.   ฉบับละ 1,000 บาท
               3.   ฉบับละ 500 บาท
               4.   ฉบับละ 200 บาท
ข้อ 11.   กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งตามมาตรา 8(2) แห่งพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ.2542 นั้น นอกจากการพ้นตำแหน่งตามวาระแล้ว พ้นจากตำแหน่งเมื่อใด
               1.   ขาดคุณสมบัติ
               2.   ลาออก
               3.   รัฐมนตรีให้ออก โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ
               4.   ถูกทุกข้อ
ข้อ 12.   กรรมการวิชาชีพซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้ง และกรรมการวิชาชีพที่ได้รับเลือกตั้ง อยู่ในตำแหน่งคราวละกี่ปี และอาจได้รับการแต่งตั้ง หรือเลือกตั้งอีกได้
               1.   สองปี
               2.   สามปี
               3.   สี่ปี
               4.   ห้าปี
ข้อ 13.   การกล่าวหาผู้ประกอบโรคศิลปะ ผู้ถูกกล่าวหามีสิทธิ์ทำคำชี้แจง หรือนำพยานหลักฐานมาแสดงต่อ คณะอนุกรรมการวิชาชีพ ผุ้สอบสวนความผิดของตนได้ ภายในกำหนดระยะเวลากี่วัน
               1.   10 วันนับแต่วันได้รับแจ้ง
               2.   15 วันนับแต่วันได้รับแจ้ง
               3.   20 วันนับแต่วันได้รับแจ้ง
               4.   30 วันนับแต่วันได้รับแจ้ง
ข้อ 14.    ข้อใดไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการการประกอบโรคศิลปะ
               1.   เสนอความเห็นต่อคณะรัรฐมนตรีในการกำหนดนโยบาย
               2.   ให้คำปรึกษาแก่คณะกรรมการวิชาชีพ
               3.   พิจารณาหรือดำเนินการในเรื่องอื่นที่ตามที่รัฐมนตรีมอบหมาย
               4.   รับขึ้นทะเบียนและออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ
ข้อ 15.    คณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนไทย ตามพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ.2542 มีจำนวน
               1.   ไม่น้อยกว่า 12 คน แต่ไม่เกิน 17 คน
               2.   ไม่น้อยกว่า 13 คน แต่ไม่เกิน 17 คน
               3.   ไม่น้อยกว่า 14 คน แต่ไม่เกิน 17 คน
               4.   ผิดทุกข้อ
ข้อ 16.    นาย ก. มีความรู้เรื่องรักษาโรค โดยการเรียนรู้สืบทอดจากบรรพบุรุษ โดยอาศัยกรรมวิธีของการแพทย์แผนไทย นาย ก. ไม่ได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ ถ้านาย ก. ไปตรวจรักษาผู้ป่วยแล้วเรียกร้องค่าตอบแทน นาย ก. จะถูกลงโทษอย่างไร
                1.   อาจถูกจำคุกหรือปรับ
                2.   ถูกยึดทรัพย์เรียกค่าตอบแทนที่เคยได้รับ
                3.   ถูกว่ากล่าวตักเตือน
                4.   ทุกข้อที่กล่าวมาแล้ว
ข้อ 17.    ในกรณีที่ผู้ถูกกล่าวหาหรือถูกกล่าวโทษไม่ยอมรับหนังสือแจ้งคำวินิจฉัยให้ทำอย่างไร
                1.   ให้ปิดคำวินิจฉัยไว้ในที่เปิดเผย ณ ภูมิลำเนาของผู้ถูกกล่าวหา
                2.   ให้ส่งทางจดหมายลงทะเบียนตอบรับ
                3.   ให้ลงประกาศทางหนังสือพิมพ์รายวัน
                4.   ถูกทุกข้อ
ข้อ 18.    ผู้ประกอบโรคศิลปะผุ้ใดฝ่าฝืน คำสั่งพักใช้ใบอนุญาตและศาลพิพากษาลงโทษคดีประกอบโรคศิลปะผิดสาขา คดีได้ถึงที่สุดแล้ว ให้คณะกรรมการวิชาชีพ สั่งเพิกถอนใบอนุญาติตั้งแต่เมื่อไร
                1.   ตั้งแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด
                2.   ตั้งแต่วันที่ทราบว่ากระทำความผิด
                3.   ตั้งแต่วันที่สั่งพักใบอนุญาต
                4.   ตั้งแต่วันที่ยื่นเอกสารฟ้องศาล
ข้อ 19.    พระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2542 ใช้บังคับเมื่อใด
                1.   ตั้งแต่วันที่ 10 พฤษภาคม 2542 เป็นต้นไป
                2.   ตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม 2542 เป็นต้นไป
                3.   ตั้งแต่วันที่ 19 พฤษภาคม 2542 เป็นต้นไป
                4.   ผิดทุกข้อ
ข้อ 20.   ภายในกี่วันนับจากวันเลือกตั้งคณะกรรมการวิชาชีพสาขาต่างๆ ให้คณะกรรมการวิชาชีพแต่ละสาขา เลือกกรรมการวิชาชีพเป็นประธานกรรมการและรองประธานกรรมการวิชาชีพ
                 1.   ยี่สิบวัน
                 2.   ยี่สิบห้าวัน
                 3.   สามสิบวัน
                 4.   ผิดทุกข้อ
ข้อ 21.    ที่เกิดโลหิตระดูของสตรีเมื่อจะมีมาให้ดุจไข้จับร้อนๆหนาวๆ ปวดศีรษะมากข้อใดถูกต้อง
                1.   โลหิตระดูเกิดเมื่ออายุ 15 ปี
                2.   โลหิตระดูเกิดเมื่อร้อนตามผิวหน้า
                3.   โลหิตระดูบังเกิดแต่เส้นเอ็น
                4.   โลหิตระดูบังเกิดแต่การเจ็ฐบั้นเอวบ่อยๆ
ข้อ 22.    พระคัมภีร์มหาโชตรัต ว่าด้วยสตรีภาพ ตั้งแต่คลอดจากครรภ์มารดา มีกายแตกต่างจากชายอย่างไร
                1.   มีระดู เป็นประจำทุกเดือน
                2.   มีประจำเดือนครั้งละ 3-5 วัน
                3.   มี ถัน จริต ที่ประเวณี และต่อมโลหิตระดู
                4.   มีกำลังกายอ่อนแอกว่าชาย มีความอ่อนหวาน
ข้อ 23.   เมื่อจะมีระดูมาให้มีอาการ กระทำให้ท้องขึ้นท้องพองจุกเสียด ตัวร้อน คลื่นเหียนอาเจียนลมเปล่า เป็นลักษณะโลหิตอันบังเกิดจากกองธาตุใด
                1.   ปถวีธาตุ
                2.   อาโปธาตุ
                3.   วาโยธาตุ
                4.   เตโชธาตุ
ข้อ 24.    อาการปรากฎ เมื่อจะใกล้มีระดูมา ให้เป็นไข้จับ ให้สบัดร้อนสบัดหนาว ปวดศีรษะเป็นกำลัง ครั้นมีระดูออกมาแล้ว อาการก็หายไปเป็นโลหิตระดูในข้อใด
                1.   เกิดแต่หัวใจ
                2.   เกิดแต่ขั้วดี
                3.   เกิดแต่เส้นเอ็น
                4.   เกิดแต่กระดูก
ข้อ 25.    ข้อใดเป็นชื่อของหญิงที่มีน้ำนมเป็นโทษแก่ทารก โดยหญิงนั้นมีกลิ่นตัวคาวดังน้ำล้างเนื้อ
                1.   กาลกิณี
                2.   ยักขินี
                3.   หัสดี
                4.   หรดี
ข้อ 26.    ข้อใดไม่ใช่ลักษณะน้ำนมพิการในหญิง 3 จำพวก
                1.   สตรีแท้งบุตร
                2.   สตรีระดูขัด
                3.   สตรีอยู่ไฟไม่ได้
                4.   สตรีมีครรภ์อ่อน
ข้อ 27.    ครรภ์วิปลาศ สาเหตุที่ทำให้สตรีทั้งครรภ์ตกไป (แท้งบุตร) เกิดจากสาเหตุใด
                1.   ทำงานหนักเกินกำลัง
                2.   พักผ่อนไม่เพียงพอ
                3.   กินของทีไม่ควรกินหรือกินยาขับโดยตั้งใจ
                4.   ไม่ออกกำลังกาย น้ำหนักตัวเพิ่ม
ข้อ 28.    คัมภีร์ปฐมจินดากำหนดโลหิตระดูสตรีที่เป็นปกติโทษ 5 ประการ คือ
                1.   โลหิตบังเกิดมาแต่หัวใจ ดี เนื้อ เอ็นและกระดูก
                2.   โลหิตบังเกิดมาแต่หทัย มังสัง ดี เส้นเอ็น และกระดูก
                3.   โลหิตบังเกิดมาแต่หทัย ดี เนื้อ เอ็น และนหารู
                4.   ไม่มีข้อใดถูก
ข้อ 29.    ในคัมภีร์ปฐมจินดากล่าวไว้ว่า สัตว์ที่ปฎิสนธิในชมพูทวีปมีหลายสถาน อยากทราบว่า " สัตว์ที่เกิดเป็นฟองฟักไข่ " นั้นมีชื่อเรียกว่าอะไร ?
                 1.   ชลามพุชะ
                 2.   สังเสทชะ
                 3.   อุปปาติกะ
                 4.   อัณฑะชะ
ข้อ 30.    เมื่อสัตว์ในครรภ์ปฎิสนธิครบ 1 สัปดาห์ จะพัฒนาเป็น
                 1.   ดังไข่งู
                 2.   น้ำล้างเนื้อ
                 3.   ชิ้นเนื้อ
                 4.   ปัญจสาขา
ข้อ 31.    ลักษณะซาง ซางนิลเกิดในกระหม่อม แล้วลงมาเกิดขึ้นในเพดาน มีจำนวนยอดตามข้อใด ?
                 1.   1 ยอด
                 2.   3 ยอด
                 3.   4 ยอด
                 4.   ถูกทุกข้อ
ข้อ 32.    ลักษณะแห่งน้ำนมแม่ที่ดี สมควรเลี้ยงกุมาร กุมารี คือข้อใด ?
                 1.   หญิงที่มีกลิ่นตัวคาวดังน้ำล้างมือ
                 2.   หญิงที่มีกลิ่นตัวดังดอกอุบล
                 3.   หญิงที่มีกลิ่นตัวดังบุรุษ
                 4.   หญิงที่มีกลิ่นตัวเปรี้ยว
ข้อ 33.    สตรีตั้งครรภ์ขึ้นได้ 2 สัปดาห์ หรือ 1 เดือนก็ดี จะแสดงอะไรให้ปรากฎแก่คนทั้งหลาย
                 1.   มีเส้นผ่านหน้าอกเขียว
                 2.   เม็ดรอบหัวนมโตขึ้น
                 3.   หัวนมดำคล้ำขึ้น
                 4.   ถูกทุกข้อ
ข้อ 34.    คัมภีร์มุขโรคได้กล่วถึงโรคอะไรบ้าง ?
                 1.   โรคที่เกิดขึ้นในปากในคอ
                 2.   โรคที่เกิดขึ้นในตา
                 3.   โรคที่เกิดขึ้นในท้อง
                 4.   โรคที่เกิดขึ้นในจมูก
ข้อ 35.    ชื่อ กาละมุขะ ในคัมภีร์มุขโรค มีลักษณะอย่างไร
                 1.   ลิ้นโตมันสีเขียว
                 2.   ลิ้นโตดำ
                 3.   บวมขึ้นในคอ
                 4.   บวมทั้งคอ
ข้อ 36.    ทำให้กายคนไข้แข้งกระด้าง ตึงชา เนื้อหนังเหี่ยว แข็งดังท่อนไม้ เปรียบดังอสรพิษกัฎมุขขบตอด ธาตุใด้พิการ
                 1.   เป็นพราะปถวีธาตุพิการ
                 2.   เป็นเพราะอาโปธาตุพิการ
                 3.   เป็นเพราะเตโชธาตุพิการ
                 4.   เป็นเพราะวาโยธาตุพิการ
ข้อ 37.    มุขโรคเกิดจากอะไร
                 1.   เกิดจากน้ำลาย
                 2.   เกิดจากลม
                 3.   เกิดจากโลหิต
                 4.   เกิดจากทุกสิ่งที่อยู่ในปาก
ข้อ 38.    กาฬที่ทำพิษให้สลบ ถ้าไม่รู้ถึงโรคสำคัญว่าลมจับ ถ้าสงสัยให้เอาเทียนส่องดู คือกาฬอะไร
                 1.   กาฬแม่ตะงาว
                 2.   กาฬฟองสมุทร
                 3.   กาฬตะบองพะลำ
                 4.   กาฬตะบองชนวน
ข้อ 39.    บ้อใดที่กล่าวถึงชื่อและอาการไม่ถูกต้อง
                 1.   สันนิบาตกะตัดศีรษะด้วนจะเป็นแผลบริเวณศีรษะ รักษาอย่างไรก็ไม่หาย
                 2.   สันนิบาตทุวันโทษ จะปัสสาวะเหลือง
                 3.   สันนิบาตเจรียงอากาศจะปัสสาวะเหลืองดุจน้ำกรักอันแก่
                 4.   สันนิบาตบังเกิดเพื่อวาตะจะขัดปัสสาวะ
ข้อ 40.    ไข้งูสวัด(ตวัด) มีลักษณะการผุดอย่างไร
                 1.   ผุดขึ้นมาเป็นเม็ดทรายขึ้นมาเป็นแถวๆ มีสัณฐานเหมือนงู เป็นเม็ดพองๆ เป็นเงาหนอง ถ้าหญิงเป็นซาย ชายเป็นขวา
                 2.   ผุดขึ้นมาเป็นเม็ดทราบทั่วทั้งตัว มียอดแหลมๆสีดำๆ
                 3.   ผุดขึ้นมาเป็นฝีดาษทั่วทั้งตัว ทำพิษให้สลบ
                 4.   ถูกหมดทุกข้อ
บ้อ 41.    ไข้ใดมีอาการขมในปาก อยากกินแต่ของแสลง เนื้อสั่นระริก และเสียวไปทั้งตัว จุกเสียดบิดขี้เกียจ ยอกเสียดในอก ร้อนรุ่มกลุ้มใจ หายใจขัดเพราะในท้องมีก้อน อาการดังกล่าวนี้เป็นไข้เพื่ออะไร
                  1.   ไข้เพื่อดี
                  2.   ไข้เพื่อลม
                  3.   ไข้เพื่อกำเดา
                  4.   ไข้เพื่อโลหิต
ข้อ 42.    ไข้ที่มีอาการคลื่นไส้ อาเจียนแต่น้ำลาย เป็นไข้อะไร
                  1.   ไข้ที่เกิดจาดเลือด
                  2.   ไข้ที่เกิดจากเลือดและลม
                  3.   ไข้ที่เกิดจากเลือดลมและน้ำเหลือง
                  4.   ไข้ที่เกิดจากเลือดลม, น้ำเหลืองและเสมหะ
ข้อ 43.   ไข้มีอาการตัวร้อนจัด ปวดหัว กระหายน้ำ เจ็บตามเนื้อตามตัว ปัสสาวะเหลือง ผิวตัวแดง ฟันแห้ง ลิ้น คางแข็ง ปากแห้ง น้ำลายหนียว ที่กล่าวมานี้เป็นอาการของไข้อะไร
                  1.   กำเดาสมุฎฐาน
                  2.   เสมหะสมุฎฐาน
                  3.   โลหิตสมุฎฐาน (ไข้เพื่อโลหิต)
                  4.   ถูกทุกข้อ
ข้อ 44.    ไข้มีอาการให้ปวดศีรษะมาก ให้ตาแดง ตัวร้อนเป็นเปลว ให้ไอ สะบัดร้อนสะท้านหนาว ให้ปากแห้ง คอแห้ง เพดานแห้ง ฟันแห้ง ให้เซื่อมมัว ให้เมื่อยไปทั้งตัว จับไม่เป็นเวลา บางทีผุดขึ้นเป็นเม็ด บางทีให้ไอเป็นโลหิตออกทางจมูก ทางปาก บางทีให้ชักเท้ากำ มือกำ เป็นอาการของไข้อะไร
                  1.   ไข้กำเดาน้อย
                  2.   ไข้กำเดาใหญ่
                  3.   ไข้หวัดน้อย
                  4.   ไข้หวัดใหญ่
ข้อ 45.    ไข้ลำประชวร นัยน์ตาขุ่นคล้ำและมัว เป็นไข้เพื่ออะไร
                  1.   ลม
                  2.   ดี
                  3.   กำเดา
                  4.   เสมหะ
ข้อ 46.    คัมภีร์ตักศิลา เป็นคัมภีร์ที่กล่าวถึงลักษณะอาการการรักษาไข้พิษไข้กาฬต่างๆ โดยกำหนดฝีกาฬ จัดแบ่งได้กี่ชนิด ?
                  1.   4 ชนิด
                  2.   5 ชนิด
                  3.   6 ชนิด
                  4.   7 ชนิด
ข้อ 47.    ชื่อใดเป็นชื่อไข้ประดง(ไข้กาฬแทรกไข้พิษ)
                  1.   ไข้ประดงช้าง, ม้า, วัว, ควาย
                  2.   ไข้ประดงดิน,น้ำ,ลม,ไฟ
                  3.   ไข้ประดงเสือ,สิงห์,กระทิง,แรด
                  4.   ไข้ประดงมด,แมว,ลิง,แรด
ข้อ 48.    ในคัมภีร์สิทธิสารสงเคราะห์ ได้กล่าวถึงสันนิบาตชนิดหนึ่ง เมื่อจับแล้วมีอาการให้หน้าเหลืองดุจทาขมิ้น ฝ่ามือฝ่าเท้าเหลือง เวียนศีรษะ แสบตา กระหายน้ำ ปัสสาวะเหลือง คืออาการสันนิบาตชนิดใด
                  1.   สันนิบาตบังเกิดพื่อเสมหะ
                  2.   สันนิบาตเจรียงพระสมุทร
                  3.   สันนิบาตบังเกิดเพื่อวาตะ
                  4.   สันนิบาตเจรียงอากาศ
ข้อ 49.    มีลักษณะผุดขึ้นมาเป็นแผ่นสีแดง ทำพิษให้ปวดศีรษะ เซื่อมมัว จับสะท้านร้อน สะท้านหนาว ตรงกับไข้อะไร
                  1.   ไข้งูสวัด
                  2.   ไข้เริมน้ำค้าง
                  3.   ไข้ลำบาบเพลิง
                  4.   ไข้กำแพงทะลาย
ข้อ 50.    มีลักษณะผุดขึ้นมาเหมือนตาปลา ทำให้ปวดแสบปวดร้อน เรียกว่าประดงชนิดใด
                  1.   ประดงลิง
                  2.   ประดงแมว
                  3.   ประดงแรด
                  4.   ประดงไฟ
ข้อ 51.    ยารักษาไข้พิาไข้กาฬที่แพทย์แผนโบราณนิยมใช้กันมากใช้ยาอะไร ?
                 1.   ดอกดีปลี รากช้าพลู เถาสะค้าน รากเจตมูลเพลิง เหง้าขิงแห้ง
                 2.   รากชิงชี่ รากหญ้านาง รากคนทา รากเท้ายายม่อม รากมะเดื่อชุมพร
                 3.   ใบย่านาง ใบมะขาม เถาวัลย์เปรียง รากฟักข้าว ข้าวสาร
                 4.   ใบมะยม ใบคนทีสอ ใบมะนาว ใบหมากผู้ ใบหมากเมีย
ข้อ 52.    ลักษณะของไข้วันเวลาที่ไข้กำเริบมีกำลังวันเท่าใด
                 1.   กำเดากำเริบ 4 วัน, เสมหะกำเริบ 9 วัน, โลหิตกำเริบ 8 วัน,ลมกำเริบ 12 วัน
                 2.   กำเดากำเริบ 4 วัน, เสมหะกำเริบ 8 วัน, โลหิตกำเริบ 9 วัน, ลมกำเริบ 12 วัน
                 3.   กำเดากำเริบ 4 วัน, เสมหะกำเริบ 9 วัน, โลหิตกำเริบ 7 วัน, ลมกำเริบ 13 วัน
                 4.   กำเดากำเริบ 4 วัน, เสมหะกำเริบ 7 วัน, โลหิตกำเริบ 9 วัน, ลมกำเริบ 13 วัน
ข้อ 53.   ลักษณะไข้ ทุวันโทษ มีอาการหนาว ต่อมาจะรู้สึกร้อน(ร้อนๆ หนาวๆ) วิงเวียน เหงื่อไหล ปวดหัว นัยน์ตามัว เบื่ออาหาร เป็นทุวันโทษ ไข้ประเภทใด ?
                 1.   ลมและกำเดา
                 2.   ลมและเสมหะ
                 3.   กำเดาและเสมหะ
                 4.   กำเดาและโลหิต
ข้อ 54.   ลักษณะไข้มีอาการเร่าร้อน กระหายน้ำ กลางคืนนอนหลับไม่สนิท จิตใจระส่ำระสาย เหงื่อตก หน้าเหลือง อาเจียนเป็นสีเหลือง มีโลหิต นัยน์ตาแดงจัด เป็นไข้ตรีโทษอะไร
                 1.   ตรีโทษ โลหิต เสมหะและกำเดา
                 2.   ตรีโทษ เสมหะ กำเดาและลม
                 3.   ตรีโทษ กำเดา โลหิตและลม
                 4.   ผิดหมดทุกข้อ
ข้อ 55.    ลักษณะผุดขึ้นตามตัวขนาดเท่าผลปลัง เมล็ดถั่วดำ เมล็ดถั่วเขียว หรือเมล็ดจิงจ้อ มีเงาหนอง ตรงตามข้อใด
                 1.   กาฬทาม
                 2.   กาฬทูม
                 3.   กาฬละลอกแก้ว
                 4.   ผิดทุกข้อ
ข้อ 56.    สันนิบาตสองคลอง สาเหตุเกิดจากป่วงอะไร
                 1.   ป่วงลิง
                 2.   ป่วงงู
                 3.   ป่วงลม
                 4.   ป่วงลูกนก
ข้อ 57.    อาการผุดขึ้นมาเหมือนผิวมะกรูด ทำพิษให้ปวดร้อน คัน เป็นอาการของไข้ประดงใด
                 1.   ไข้ประดงแรด
                 2.   ไข้ประดงช้าง
                 3.   ไข้ประดงแมว
                 4.   ไข้ประดงลิง
ข้อ 58.    การวิเคราะห์ลักษณะประเภทไข้ ไข้เพื่อเสมหะเอกโทษ คืออาการใด
                 1.   ให้หนาว ให้ร้อน ขนลุก แสยงขน จุกอก ให้หลับไหล กินไม่ได้ อ่อนแรง ฝ่ามือ ฝ่าเท้าซีดเผือด ให้ปากหวาน ให้ราก
                 2.   ให้ปากขม ร้อนละเมอเพ้อคลั่ง ปวดศีรษะ อยากน้ำ กายเหลือง หน้าตาเหลือง ปัสสาวะแดง ให้ตึงแตกระแหง เป็นไข้
                 3.   ให้ตัวร้อน ปวดศีรษะมาก หน้าตาแดง ปัสสาวะเหลืองๆ
                 4.   ให้ขนลุก ขนชัน หนาวสะท้าน ปวดศีรษะ เวียนหน้าตา มักโกรธง่าย เสียดแทงในอก กระหายน้ำ ท้องเป็นก้อน
ข้อ 59.    กาลเอกโทษเสมหะ เสมหะกระทำเต็มที่ไม่มีระคน ในข้อใด
                 1.   เวลา 07.00 - 08.00 น.
                 2.   เวลา 08.00 - 09.00 น.
                 3.   เวลา 09.00 - 10.00 น.
                 4.   เวลา 10.00 - 11.00 น.
ข้อ 60.    ไข้ใดมีอาการปวดหัวมาก ไอ หาวนอน บิดตัวเกียจคร้าน เหงื่อไหล เป็นเพราะถูกลม เสมหะมาทับระคน คนไข้เป็นอะไร
                 1.   ไข้เพื่อลมและเสมหะ
                 2.   ไข้เพื่อเสมหะและกำเดา
                 3.   ไข้เพื่อกำเดาและลม
                 4.   ไข้เพื่อโลหิตและลม
ข้อ 61.    ไข้เพื่อเสมหะ ท่านกำหนดไว้ว่ามีกี่องศา จึงจะเป็นสันนิบาต ?
                 1.   กำหนดไว้ 30 องศา
                 2.   กำหนดไว้ 15 องศา
                 3.   กำหนดไว้ 20 องศา
                 4.   ไม่มีข้อใดถูก
ข้อ 62.    ไข้สังวาลย์พระอินทร์ เป็นไข้พิษในข้อใด
                  1.   ไข้พิษไข้กาฬ 21 จำพวก
                  2.   ไข้กาฬแทรกไข้พิษ 8 จำพวก
                  3.   ไข้กาฬ 10 จำพวก
                  4.   ฝีกาฬในไข้พิษ 10 จำพวก
ข้อ 63.    คนไข้ผิวขาว โลหิตรสหวาน ใช้ยารสเผ็ดร้อน และขม เป็นการวิเคราะห์โรคตามวิธีใด
                 1.   เป็นการวิเคราะห์ตามการสังเกตุผิวกาย
                 2.   เป็นการวิเคราะห์ตามโหงวเฮ้ง
                 3.   เป็นการวิเคราะห์ตามโลหิตฉวี
                 4.   เป็นการวิเคราะห์ตามกระแสเลือด
ข้อ 64.    คนไข้มีอาการหนังสากชาไปทั้งตัว แม้แมลงวันจะจับหรือไต่ที่ตัวก็ไม่รู้สึก ให้แสบร้อนเป็นกำลัง สาเหตุอะไรพิการ
                 1.   เนื้อพิการ
                 2.  หนังพิการ
                 3.   ผมพิการ
                 4.   เอ็นพิการ
ข้อ 65.    คนไข้มีอาการให้เมื่อยขบขัดทุกข้อทุกกระดูก ให้ยกมือยกเท้าไม่ไหว เจ็บปวดเป็นกำลังเป็นอาการของลมอะไร
                 1.   ลมอโธคมาวาตาพิการ
                 2.   ลมอุทธังคมาวาตาพิการ
                 3.   ลมกุจฉิสยาวาตาพิการ
                 4.   ลมโกฎฐาสยาวาตาพิการ
ข้อ 66.    คนไข้อะไรพิการที่มีลักษณะอาการคือ บวมมือ บวมเท้า เป็นน้ำเหลืองตก ผอมแห้ง คือ
                 1.   เสมหะพิการ
                 2.   น้ำมูกพิการ
                 3.   มันเหลวพิการ
                 4.   ไขข้อพิการ
ข้อ 67.   เดือน 11, 12, และ 1  ทั้งสามเดือนนี้ อาหารที่กินมันผิดสำแดง อาโปธาตุพิการ มักให้ขึ้งโกรธ สะดุ้งตกใจ หวาดกลัว เกิดจากอะไร
                 1.   ดีพิการ
                 2.   เสมหะพิการ
                 3.   หนองพิการ
                 4.   โลหิตพิการ
ข้อ 68.   เตโชธาตุพิการ ให้เย็นในอก จุกเสียดขัดอก กระทำให้เกิดลม 6 จำพวก ลมในข้อใดไม่ใช่
                 1.   ลมอัสวาตะ
                 2.   ลมชิวหาสดมภ์
                 3.   ลมมหาสดมภ์
                 4.   ลมอนุวาตะ
ข้อ 69.   ธาตุ 4 เป็นตรีโทษ อาการให้ผอมเหลือง ซูบ เศร้าหมอง จุกอกเป็นก้อนในทรวงและท้องให้ราก สะอึก เรอ ใจสั่น หวานปาก อาเจียน ร้อนอก ปวดศีรษะ เจ็บอก คันตัว ผุดแดงดังสีเสียด ไอเป็นดังหืด ตามัว เกิดกับธาตุใด
                 1.   ปถวีธาตุ
                 2.   อาโปุธาตุ
                 3.   วาโยธาตุ
                 4.   เตโชธาตุ
ข้อ 70.   ในคัมภีร์โรคนิทาน คำว่า มรณะด้วยโบราณโรค หมายถึงข้อใด
                 1.   สิ้นอายุปรโยสาน
                 2.   โอปักกะมิกาพาธ
                 3.   ธาตุดิน ขาดก่อน
                 4.   สิ้นลมหายใจเข้าออก
ข้อ 71.    ในสมุฎฐานฤดู 6 เฉพาะ เหมันตฤดู ข้อใดถูกต้องที่สุด
                 1.   พิกัดเสมหะสมุฎฐาน วาตะสมุฎฐานระคน
                 2.   พิกัดปิตตะสมุฎฐาน เสมหะสมุฎฐานระคน
                 3.   พิกัดวาตะสมุฐาน ปิตตะสมุฎฐานระคน
                 4.   พิกัดปิตตะสมุฎฐาน วาตะสมุฎฐานระคน
ข้อ 72.    พระคัมภีร์ธาตุวิวรณ์ กล่าวถึงลักษณะอาการของตรีโทษนั้น ข้อใด ไม่ใช่อาการของตรีโทษ
                 1.   ร้อนกระวนกระวาย
                 2.   ลงท้องเป็นมูกเลือด
                 3.   หายใจขัดทั้งเข้าออก
                 4.   ตัวเหลืองเหมือนทาขมิ้น
ข้อ 73.    พระคัมภีร์โรคนิทาน กล่าวถึง " อาหารผิดสำแดง" หมายความว่าอะไร
                 1.   อาหารไม่ถูกรสปาก
                 2.   อาหารไม่ถูกกับธาตุ
                 3.   อาหารบูดเน่า
                 4.   อาหารรสจัด
ข้อ 74.    พิกัดกองสมุฎฐาน ได้แก่อะไรบ้าง ?
                 1.   ธาตุสมุฎฐาน อายุสมุฎฐาน ฤดูสมุฎฐาน กาลสมุฎฐาน
                 2.   อายุสมุฎฐาน ฤดูสมุฎฐาน อาโปสมุฎฐาน กาลสุมฎฐาน
                 3.   วัยสมุฎฐาน ธาตุสมุฎฐาน อายุสมุฎฐาน กาลสมุฎฐาน
                 4.   ปัถวีสมุฐาน ฤดูสมุฎฐาน อายุสมุฎฐาน กาลสมุฎฐาน
ข้อ 75.     มีอาการให้ตัวเย็น และตัวขาวซีด สากชาไปทั้งตัว สวิงสวาย หากำลังมิได้ เป็นอาการของข้อใด
                 1.   เสโทพิการ
                 2.   อัสสุพิการ
                 3.   เมโทพิการ
                 4.   เขโฬพิการ
ข้อ 76.    มูลเหตุของการเกิดโรคตามคีมภีร์ธาตุวิวรณ์มีกี่ประการ
                  1.   4 ประการ
                  2.   6 ประการ
                  3.   8 ประการ
                  4.   10 ประการ
ข้อ 77.    เสมหะกำเริบในเวลาใด
                  1.   เวลาเที่ยงวัน อาหารยังไม่ย่อยยับ เวลาเที่ยงคืน
                  2.   เวลาเช้า บริโภคอาหารแล้ว เวลาพลบค่ำ
                  3.   เวลาบ่าย อาหารย่อยแล้ว เวลานอนหลับ
                  4.   เวลาบ่าย อาหารยังไม่ย่อย เวลาเที่ยงคืน
ข้อ 78.     ให้มีอาการดิ้นรน มือ เท้า ขวักไขว่ ให้พลิกตัวไปๆมาๆ ให้ทุรนทุราย ให้หาวเรอบ่อยๆ คือธาตุใดพิการ
                  1.   อุทธังคมาวาตาพิการ
                  2.   อโธคมาวาตาพิการ
                  3.   อังคมังคานุสารีวาตาพิการ
                  4.   อัสสาสะปัสสาสะวาตาพิการ
ข้อ 79.     อาการไข้ต่อไปนี้ เป็นการแสดงออกของไข้ใด อาการปวดหัว ตัวร้อน หน้าแดง ตาแดง น้ำตาคลอ นัยน์ตาแดงดังโลหิต
                  1.   ไข้เพื่อโลหิต
                  2.   ไข้เพื่อกำเดา
                  3.   ไข้เพื่อเสมหะ
                  4.   ไข้เพื่อดี
ข้อ 80.     อาการทำพิษให้เน่าเปื่อย ให้ขาดเป็นชิ้นๆ ดุจถูกงูพิษสัตถมุขขบกัด เป็นอาการของธาตุใดพิการ
                  1.   ปถวีธาตุ
                  2.   วาโยธาตุ
                  3.   เตโชธาตุ
                  4    อาโปธาตุ
ข้อ 81.     อาการให้คลุ้มคลั่งดุจเป็นบ้า ให้หิวโหยหาแรงไม่ได้ ให้ทุรนทุรายยิ่งนัก เป็นอาการของอะไรพิการ
                  1.   ปิตตังพิการ
                  2.   หทยังพิการ
                  3.   นหารูพิการ
                  4.   เสมหังพิการ
ข้อ 82.     อาโปธาตุเมื่อขาดใป 11 ยังเหลืออะไรอยู่
                  1.   น้ำลายยังอยู่
                  2.   น้ำดียังอยู่
                  3.   โลหิตยังอยู่
                  4.   น้ำมูตรยังอยู่
ข้อ 83.     ในรัชสมัยใด ที่ทรงจัดสร้างรูปจุดนวดที่วัดกลาง จังหวัดสงขลา
                  1.   รัชกาลที่  1
                  2.   รัชกาลที่ 2
                  3.   รัชกาลที่ 3
                  4.   รัชกาลที่ 4
ข้อ 84.     ศิลาจารึกตำรับบาบนฝาผนังของวัดโพธิ์ จ้ดทำขึ้นในสมัยใด
                  1.   รัชกาลที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
                  2.   รัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
                  3.   รัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
                  4.   รัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
ข้อ 85.     หมอที่หลงเชื่อว่ายาของตนดี รักษาไข้หายได้โดยไม่ตรวจอาการไข้ก่อนที่จะวางยา จัดว่าลุแก่อคติข้อใด
                  1.   ฉันทาคติ
                  2.   โทสาคติ
                  3.   ภยาคติ
                  4.   โมหาคติ
ข้อ 86.     ข้อใดคือพิกัดเบญจโลธิกะ
                  1.   จันทน์แดง จันทน์ขาว จันทน์เทศ จันทน์ชะมด จันทนา
                  2.   จันทน์แดง จันทน์ขาว จันทน์ชะมด เนระพูสี  มหาสดำ
                  3.   จันทน์แดง จันทน์ขาว จันทน์ชะมด จันทนา เนระพูสี
                  4.   จันทน์แดง จันทน์ขาว จันทน์เทศ จันทนา มหาสดำ
ข้อ 87.     คนไข้มีอาการ "ให้ลงท้อง ให้จุกเสียด ให้พะอืดพะอม ให้สะอึก" ท่านจะพิเคราะห์ว่าเป็นอะไร
                  1.   อันตังพิการ
                  2.   อันตคุณังพิการ
                  3.   อุทริยังพิการ
                  4.   กรีสังพิการ
ข้อ 88.    จำพวกสัตว์น้ำ มีสรรพคุณในการรักษานั้น ในข้อใดที่จะใช้รักษากระษัยปลาหมอ ดี แก้พยาธิกิน แก้ผมร่วงเป็นหย่อมๆช่วยให้ผมดำ
                  1.   ปลาช่อน
                  2.   ปลาหมอ
                  3.   ปลากระเบน
                  4.   ปลาพยูน
ข้อ 89.    เตโชธาตุ 4 อย่าง อย่างไรที่สำหรับร้อนระส่ำระสาย ต้องอาบน้ำ และพัดหวี
                  1.   ปริณามัคคี
                  2.   ปริทัยหัคคี
                  3.   ชิรณัคคี
                  4.   สันตับปัคคี
ข้อ 90.     ธาตุดิน มีกี่ประการ
                  1.   20 ประการ
                  2.   21 ประการ
                  3.   22 ประการ
                  4.   อาจมากกว่านี้ก็ได้
ข้อ 91.    นกเป็นสัตว์ที่มีปีกบินไปมาได้ในอากาศ ถ้าจะปรุงยาแก้ไข้พิษ ไข้กาฬ แก้พิษตานซาง จะใช้นกใด
                  1.   นกนางแอ่น
                  2.   นกกาหรืออีกา
                  3.   นกกรด
                  4.   นกยูง
ข้อ 92.    น้ำมันไขข้อ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่าอะไร
                  1.   ปุพโพ
                  2.   ลสิกา
                  3.   วสา
                  4.   เสโท
ข้อ 93.    ผู้ป่วยที่อาการให้ขัดข้อมือข้อเท้า เป็นมองคร่อ คือปอดเป็นหวัด เกิดจาก
                  1.   สันตัปปัคคีพิการ
                  2.   ชิรนัคคีพิการ
                  3.   ปริทัยหัคคีพิการ
                  4.   ปริณามัคคีพิการ
ข้อ 94.    พิกัดจตุวาตผล คือการจำกัดจำนวนตัวยา 4 อย่าง เรียกว่า พิกัดจตุวาตผล ข้อใดถูก
                  1.   เหง้าขิง กระลำพัก อบเชยเทศ โกฐเชียง
                  2.   เหง้าขิง กระลำพัก โกฐหัวบัว ชะเอมเทศ
                  3.   เหง้าขิง อบเชยเทศ กระลำพัก โกฐหัวบัว
                  4.   เหง้าขิง โกฐหัวบัว อบเชยเทศ ชะเอมเทศ
ข้อ 95.    มัามในความหมายแพทย์แผนไทย หมายถึงข้อใด ?
                  1.   ยกนัง
                  2.   วักกัง
                  3.   ปัปผาสัง
                  4.   อันตัง
ข้อ 96.    เมื่อพิการให้อกแห้ง ให้กระหายน้ำ และเป็นโรค เช่นริดสีดวงผอมแห้ง ชื่อว่าอะไรพิการ
                  1.   ยกนัง
                  2.   กิโลมกัง
                  3.   ปิหกัง
                  4.   ปัปผาสัง
ข้อ 97.    ฤดู 3 หนึ่งปีแบ่งออกเป็น 3  ฤดูๆละ 4 เดือน วสันตฤดู นับตั้งแต่เมื่อใดถึงเมื่อใด
                  1.   นับตั้งแต่แรม 1 ค่ำ เดือน 4 ถึง 15 ค่ำเดือน 8
                  2.   นับตั้งแต่แรม 1 ค่ำเดือน 8 ถึง 15 ค่ำเดือน 12
                  3.   นับตั้งแต่แรม 1 ค่ำเดือน 12 ถึงขึ้น 15 ค่ำเดือน 4
                  4.   นับตั้งแต่แรม 1 ค่ำเดือน 4 ถึงขึ้น 15 ค่ำเดือน 8
ข้อ 98.    สัตว์น้ำ ที่มีสรรพคุณในการทำยาต่างๆ ได้ ถ้าจะใช้ทำยาขับเลือดเน่าร้าย หลังจากคลอดบุตร และขับน้ำคาวปลา ควรใช้อวัยวะของสัตว์ชื่อใด
                  1.   ตะพาบน้ำ
                  2.   ปลากระเบน
                  3.   ปลาพะยูน
                  4.   ปลาวาฬ
ข้อ 99.    อวัยวะธาตุที่ทำหน้าที่ขับปัสสาวะออกจากร่างกาย เรียกว่าอะไร
                  1.   หทยัง
                  2.   ยกนัง
                  3.   ปิหกัง
                  4.   มัตถเกมัตถลุงคัง
ข้อ 100.  อาการทำให้ร้อนภายนอกภายใน มือเท้าเย็น เหงื่อออก เกิดจากธาตุใดพิการตรงกับข้อใด?
                  1.   ชิรณัคคีพิการ
                  2.   สันตัปปัคคีพิการ
                  3.   ปริทัยหัคคีพิการ
                  4.   ลมสุมนาพิการ
จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบรับราชการ    โทร 087-0708815
เฉพาะตอบกลับของผู้โพสต์ 4#  โพสต์เมื่อ: 2015-05-30
ข้อ 1.      การกระทำต่อไปนี้ ข้อใดเป็นการ "ขาย" ตามความในพระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510 และฉบับที่มีผลบังคับในปัจจุบัน
                1.   การขายส่ง
                2.   การแจกยาเพื่อการค้า
                3.   การมีไว้เพื่อการขาย
                4.   ทั้งข้อ 1, ข้อ2, และข้อ 3
ข้อ 2.      ตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510 ห้ามมิให้โฆษณาขายยาในกรณีใด
                1.   โฆษณาโดยตรงต่อผู้ประกอบโรคศิลปะ
                2.   โดยแสดงภาพของผู้ป่วย
                3.   โดยผ่านอินเตอร์เนท
                4.   โดยแสดงภาพและคำรับรองสรรพคุณของผู้ประกอบโรคศิลปะ
ข้อ 3.      ถ้าผุ้ผลิตลักลอบผสมตัวยาเสตียรอยด์ลงไปในยาแผนโบราณตำรับที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้ ถือว่าเป็นการผลิต
                1.   ยาผิดมาตราฐาน
                2.   ยาปลอม
                3.   ยาแผนปัจจุบัน
                4.   ยาอันตราย
ข้อ 4.     นายวิบูลย์จะขายยาแผนโบราณที่จังหวัดนนทบุรี จึงได้มายื่นขอใบอนุญาตที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เพื่อให้เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเป็นผู้อนุญาต ให้วินิจฉัยว่านายวิบูลย์ปฎิบัติถูกต้องหรือไม่
              1.  ถูกต้องเพราะเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเป็นผู้อนุญาตสำหรับการออกใบอนุญาตทุกชนิดทั่วราชอาณาจักร
              2.  ถูกต้องเพราะการออกใบอนุญาตสำหรับการขายยาผู้อนุญาตอาจเป็นเลขาธิการหรือผู้ว่าราชการจังหวัดก็ได้
              3.  ไม่ถูกต้องเพราะผู้อนุญาตสำหรับการขายยาในต่างจังหวัดต้องเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดที่อยู่ในเขตจังหวัดนั้น
              4.  ไม่ถูกต้องเพราะผู้อนุญาตสำหรับการขายยาคือปลัดกระทรวงสาธารณสุขไม่ใช่เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
ข้อ 5.  นายสัญญาเป็นผู้รับอนุญาตขายยาแผนโบราณและผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทยด้วย จะผลิตยาแผนโบราณสูตร ซึ่งพบว่าให้ผลการรักษาที่ดีมาก จึงได้มายื่นคำขอขึ้นทะเบียน ตำรับยากับพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้ท่านวินิจฉัยว่า นายสัญญาจะขึ้นทะเบียนตำรับยาได้หรือไม่
                  1.   ได้ เพราะกฎหมายให้ผู้ที่จะขึ้นทะเบียนตำรับยาได้ต้องเป็นผู้รับอนุญาตผลิตหรือขายยา
                  2.   ได้ เพราะนายสัญญาเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ มีสิทธิในการขอขึ้นทะเบียนตำรับยา
                  3.   ไม่ได้ เพราะต้องขอจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาเสียก่อน
                  4.   ไม่ได้ เพราะตามกฎหมายผู้ที่จะขึ้นทะเบียนยาที่จะผลิตได้ต้องเป็นผู้รับอนุญาตผลิตยา
ข้อ 6.       กรรมการสถานพยาบาลผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้ง ในฐานะผู้ทรงคุณวุฒิอื่นตามมาตรา 7 (2) มีจำนวนกี่คน
                  1.   ไม่เกิน 3 คน
                  2.   ไม่เกิน 4 คน
                  3.   ไม่เกิน 2 คน
                  4.   ไม่เกิน 5 คน
ข้อ 7.      นายทรงเป็นกรรมการสถานพยาบาลผู้ทรงคุณวุฒิ จะต้องพ้นจากตำแหน่งในกรณีใด
                  1.   ป่วยเป็นโรคหัวใจ รอการผ่าตัดอยู่ที่โรงพยาบาล
                  2.   ถูกธนาคารเจ้าหนี้ฟ้องให้ชำระหนี้เงินกู้ในจำนวน 4 พันล้านบาท
                  3.   ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกหนึ่งเดือนในความผิดลหุโทษ
                  4.   พ้นจากการเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ
ข้อ 8.    ในกรณีผู้ที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตสถานพยาบาลแล้วขอรับใบอนุญาตใหม่อีกไม่ได้จนกว่าจะพ้นกำหนดกี่ปี นับแต่วันที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต
                   1.   1 ปี
                   2.   2 ปี
                   3.   3 ปี
                   4.   4 ปี
ข้อ 9.      ผู้ใดประกอบกิจการสถานพยาบาลในระหว่างที่สถานพยาบาลถูกสั่งปิดชั่วคราวตามมาตรา 50 ต้องระวางโทษสถานใด
                  1.   จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
                  2.   จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
                  3.   จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกวันละไม่เกินสองหมื่นบาท
                  4.   จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 5 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ข้อ 10.     อัตราค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาลประเภทที่ไม่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน ตรงตามข้อใด
                  1.   ฉบับละ 2.000 บาท
                  2.   ฉบับละ 1,000 บาท
                  3.   ฉบับละ 500 บาท
                  4.   ฉบับละ 200 บาท
ข้อ 11.     กรรมการประกอบโรคศิลปะซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผุ้ทรงคุณวุฒิ มีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละกี่ปี
                  1.   2 ปี
                  2.   3 ปี
                  3.   4 ปี
                  4.   5 ปี
ข้อ 12.     คณะกรรมการวิชาชีพมีอำนาจที่จะสั่งพักใบอนุญาตผู้ประกอบโรคศิลปะที่กระทำผิดได้เป็นเวลานานเท่าใด
                  1.   ตามที่เห็นสมควร
                  2.   ตามที่เห็นสมควร แต่ไม่เกิน 1 ปี
                  3.   ไม่เกิน 3ปี
                  4.   ตามที่เห็นสมควร แต่ไม่เกิน 2 ปี
ข้อ 13.     ความหมายของเภสัชกรรมไทยที่เปลี่ยนแปลงไปจากกฎหมายเดิมที่สำคัญคือ
                  1.   มีการกำหนดความหมายของเภสัชกรรมไทยไว้อย่างครอบคลุม
                  2.   มีการกำหนดในเรื่องการควบคุมและการประกันคุณภาพยา
                  3.   มีการกำหนดเรื่องการจัดจำหน่ายยาตามกฎหมายว่าด้วยยา
                  4.   มีการกำหนดเรื่องการผลิตยาต้องใช้กรรมวิธีของการแพทย์แผนไทย
ข้อ 14.     ตามมาตรา 30 แห่ง พ.ร.บ.การประกอบโรคศิลปะ พ.ศ.2542 ได้บัญญัติห้ามในเรื่องอะไร
                  1.   ห้ามโฆษณาการประกอบโรคศิลปะโดยมิได้รับอนุญาต
                  2.   ห้ามทำการประกอบโรคศิลปะโดยมิได้รับอนุญาต
                  3.   ห้ามทำการประกอบโรคศิลปะต่อตนเอง
                  4.   ห้ามกระทำให้ผู้อื่นหลงเชื่อว่ามียาสมุนไพรที่มีสรรพคุณวิเศษ
ข้อ 15.     นาย ก. มีความรู้เรื่องรักษาโรค โดยการเรียนรู้สืบทอดจากบรรพบุรุษ โดยอาศัยกรรมวิธีของการแพทย์แผนไทย นาย ก.ไม่ได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ ถ้า นาย ก. ไปตรวจรักษาผู้ป่วยแล้วเรียกร้องค่าตอบแทน ใครมีหน้าที่ดำเนินการ
                   1.   พนักงานเจ้าหน้าที่
                   2.   คณะกรรมการการประกอบโรคศิลปะ
                   3.   คณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนไทย
                   4.   คณะอนุกรรมการสอบสวน
ข้อ 16.     ภายในกี่วันนับจากวันเลือกตั้งคณะกรรมการวิชาชีพสาขาต่างๆ ให้คณะกรรมการวิชาชีพแต่ละสาขาเลือกกรรมการวิชาชีพเป็นประธานกรรมการและรองประธานกรรมการวิชาชีพ
                   1.   ยี่สิบวัน
                   2.   ยี่สิบห้าวัน
                   3.   สามสิบวัน
                   4.   ผิดทุกข้อ
ข้อ 17.     เมื่อคณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนไทย สั่งพักใช้ใบอนุญาตของนาย ว. ผู้อำนวยการกองการประกอบโรคศิลปะ ต้องแจ้งคำวินิจฉัย ให้นาย ว.ทราบภายในระยะเวลา
                   1.   7 วัน
                   2.   15 วัน
                   3.   1 เดือน
                   4.   ไม่มีกำหนด
ข้อ 18.     ระหว่างที่นายธงชัย ถูกคำสั่งพักใช้ใบอนุญาต นายธงชัยยังคงแสดงให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนเป็นผู้มีสิทธิทำการประกอบโรคศิลปะอยู่ ดังนี้ถือว่า นายธงชัย ต้องระวางโทษ
                   1.   จำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินสามหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
                   2.   จำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
                   3.   จำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
                   4.   จำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ข้อ 19.    หน้าที่ในการพัฒนาส่งเสริมและกำหนดมาตราฐานในการประกอบโรคศิลปะ เป็นหน้าที่ของใคร
                   1.   คณะกรรมการการประกอบโรคศิลปะ
                   2.   คณะกรรมการวิชาชีพ
                   3.   ปลัดกระทรวงสาธารณสุข
                   4.   รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ข้อ 20.    องค์ประกอบของคณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนไทย ประกอบด้วย
                   1.   บุคคลที่ได้รับเลือกทั้งหมด
                   2.   บุคคลที่ได้รับแต่งตั้งทั้งหมด
                   3.   บุคคลที่ได้รับเลือกตั้งกับกรรมการโดยตำแหน่ง
                   4.   บุคคลที่ได้รับเลือกตั้ง บุคคลที่ได้รับแต่งตั้งและตัวแทนจากหน่วยราชการ
ข้อ 21.    การนวดบริเวณเนื้อตายที่มีสีดำจากเลือดไปเลี้ยงน้อย อาจเกิดอันตรายที่ต้องระมัดระวังให้มากคือ
                   1.   ก้อนเลือดสีดำไปอุดตันสมอง
                   2.   เกิดแผลติดเชื้อ
                   3.   เส้นเลือดอักเสบ
                   4.   ทำให้ช๊อคหมดสติได้
ข้อ 22.    การบวมแบบใดที่ไม่ควรนวด
                   1.   บวมน้ำ
                   2.   บวมอักเสบ
                   3.   บวมจากท่อน้ำเหลืองอุดตัน
                   4.   ไม่มีข้อใดถูก
ข้อ 23.    ในตำราโรคนิทานของพระยาวิขยาธิบดีกล่าวว่า " เส้นเอ็นย่อมเป็นรู ........ชูให้ฟูฟอน" ข้อความที่เว้นไว้คือ
                   1.   เส้นลม
                   2.   ลมเลือด
                   3.   โลหิต
                   4.   น้ำเหลือง
ข้อ 24.    ลมจันทกะลา เป็นลมประจำเส้นประธานใด
                  1.   เส้นอิทา
                  2.   เส้นสุมนา
                  3.   เส้นปิงคลา
                  4.   เส้นสหัสรังษี
ข้อ 25.    ลมตาลตะคุณ เกิดจากเส้นใดก่อโทษ
                  1.   เส้นปิงคลา
                  2.   เส้นสุมนา
                  3.   เส้นกาลทารี
                  4.   เส้นทวารี
ข้อ 26.    ลมศุญทะกะลา เป็นลมประจำของเส้นประธานเส้นใด
                  1.   เส้นทวารี
                  2.   เส้นสุมนา
                  3.   เส้นคิชฌะ
                  4.   เส้นปิงคลา
ข้อ 27.    วิธีการนวดแบบใดที่ควรทำการเปรียบเทียบช่วงการเคลื่อนไหวของข้อต่อก่อนและหลังการนวด
                  1.   การดึง
                  2.   การกด
                  3.   การบิด
                  4.   การตัด
ข้อ 28.    เส้นที่ไปสิ้นสุดที่รากตาขวาคือเส้นใด
                  1.   ปิงคลา
                  2.   ทวารี
                  3.   สหัสรังษี
                  4.   รุชำ
ข้อ 29.    เส้นที่ลงไปถึงปลายนิ้วเท้าคือเส้นใด
                  1.   สหัสรังษี
                  2.   กาลทารี
                  3.   รุชำ
                  4.   อิทา
ข้อ 30.    เส้นสิบตามที่ท่านพรรณาในตำราโรคนิทานคำฉันท์ 11 มีลักษณะอย่างไร
                  1.   สถิตย์ลึกสักสามนิ้ว
                  2.   ล้อมเป็นจันทราศูนย์
                  3.   เป็นแนวแถวทอดเรียงกัน
                  4.   ถูกทุกข้อ
ข้อ 31.    ขิงแห้ง พริกเทศ พริกไทย ลูกจันทน์ การบูร ควรใช้รักษาโรคอะไร จึงได้ผลดี
                  1.   ลมจุกเสียด โลหิตระดูพิการไม่ปกติ
                  2.   ขับโลหิตเน่าร้ายทั้งปวง
                  3.   แก้กระษัยจุกเสียด
                  4.   แก้ลงท้อง แก้ปวดท้อง
ข้อ 32.    ให้กระหายน้ำ ไข้ตัวร้อน ใช้ขนานใดตรงกับอาการป่วย
                  1.   ยาจันทลีลา
                  2.   ยามหานิลแท่งทอง
                  3.   ยาประสะจันทน์แดง
                  4.   ยาจันทหฤทัย
ข้อ 33.    คนไข้มาพบท่านด้วยอาการเป็นหวัดคัดจมูก น้ำมูกไหล ต้วร้อน ไอ จาม ท่านจะให้ยาขนานใดรับประทาน
                  1.   ยาากล่อมนางนอน
                  2.   ยาจันทลีลา
                  3.   ยาประสะจันทน์แดง
                  4.   ยาชื่อแก้ว 5 ดวง
ข้อ 34.    คนป่วยมีอาการจุกเสียดบ่อยๆ เวลากินกล้วยสุก แต่เส้นท้องไม่ตึง ท้องไม่ผูกควรใช้ยาขนานใดให้ตรงกับอาการของโรค
                  1.   ยาธรณีสัณฑะฆาต
                  2.   ยาเนาวหอย
                  3.   ยาธาตุบรรจบ
                  4.   ยาแก้กระษัย
ข้อ 35.    นาย ก.อายุ 25 ปีเศษ บ้านอยู่ในกทม. มาพบแพทย์ ตรวจแล้วพบว่ามีอาการเป็นไข้ตัวร้อนมา 2 วัน ไม่ไอ ท้องไม่ผูก ใช้ยาอะไรแก้
                  1.   ยาเหลืองปิดสมุทร
                  2.   ยาหอมทิพโอสถ
                  3.   ยาธาตุบรรจบ
                  4.   ยาจันทลีลา
ข้อ 36.    ผู้สูงอายุมักจะเป็นลม หัวใจเต้นไม่ปกติ ท่านหมอมีความเห็นว่าควรใช้ยาชนิดใด
                  1.   ยาหอมเทพวิจิตร
                  2.   ยาหอมทิพย์โอสถ
                  3.   ยาจันทหฤทัย
                  4.   ยาจันทร์สามโลก
ข้อ 37.    ยาแสงหมึก มีสรรพคุณรักษาโรคใด
                 1.   แก้ตัวร้อน ละลายน้ำดอกไม้เทศ
                 2.   แก้ท้องขึ้น ปวดท้อง ละลายน้ำใบกะเพราต้ม
                 3.   แก้ไอ ขับเสมหะ ละลายน้ำลูกมะแว้งเครือ
                 4.   ถูกทุกข้อ
ข้อ 38.   ชั่ง มีน้ำหนักเท่ากับข้อใด
                1.   1 หาบ
                2.   1,000 ตำลึง
                3.   60,000 กรัม
                4.   ถูกทุกข้อ
ข้อ 39.   การเก็บตัวยาเพื่อให้ได้ตัวยาที่มีฤทธิ์แรงและมีสรรพคุณดี ในเวลา 06.00 - 09.00 น. ฤทธิ์ของยาจะอยู่บริเวณใด?
                1.   ทั่วทั้งต้น
                2.   ใบ
                3.   ราก
                4.   เปลือก
ข้อ 40.   การบูร มีสรรพคุณแก้โรคอะไร
                1.   ให้ย่อยอาหารพลันแรก แก้จักษุโรค แก้ริดสีดวง
                2.   แก้พรรดึก แก้ริดสีดวงในท้อง
                3.   แก้พิษฝี แก้ฟกบวม
                4.   แก้ลมอัมพาต แก้โลหิต
ข้อ 41.   การรู้จักตัวยา 5 ประการ นั้นรู้ได้อย่างไร
                1.   การรู้จักต้น ใบ ดอก ลูกหรือฝัก และราก ของเภสัชวัตถุ
                2.   การรู้จักว่าสิ่งใดคือพืชวัตถุ สิ่งใดคือสัตว์วัตถุ สิ่งใดคือธาตุวัตถุ
                3.   การรู้จัก รูป รส กลิ่น สี และชื่อ ของเภสัชวัตถุ
                4.   การรู้จัก สิ่งใดคือเภสัชวัตถุ สิ่งใดคือตัวยา สิ่งใดคือยา
ข้อ 42.   คณะเภสัช เป็นการศึกษาให้รู้จักพิกัดยา พิกัดยานี้ได้มีการกำหนดแบ่งออกเป็นหมวดๆตามข้อใด?
                1.   พิกัด2 พิกัด มหาพิกัด
                2.   พิกัดน้อย พิกัด มหาพิกัด พิกัดพิเศษ
                3.   จุลพิกัด พิกัด มหาพิกัด
                4.   จุลพิกัด พิกัด มหาพิกัด พิกัดทั่วไป
ข้อ 43.   ชุมเห็ดเทศ ข้อใดเป็นการใช้ไม่ถูกต้อง?
                1.   ใบสด ใช้แก้กลาก
                2.   ใบสด ใช้แก้ท้องผูก
                3.   ดอกสด ใช้แก้กลาก
                4.   ดอกสด ใช้แก้ท้องผูก
ข้อ 44.   ตัวยาต่อไปนี้ ดอกดีปลี 1 ส่วน รากช้าพลู 2 ส่วน เถาสะค้าน  3 ส่วน ลูกสมอพิเภก 4 ส่วน เหง้าขิงแห้ง 8 ส่วน รากเจตมูลเพลิง 16 ส่วน ใช้แก้ในกองใด
                1.   แก้เตโชธาตุกำเริบ
                2.   แก้เตโชธาตุหย่อน
                3.   แก้เตโชธาตุพิการ
                4.   แก้เตโชธาตุระคน
ข้อ 45.   ตัวยารสเมาเบื่อมีอะไรบ้าง?
                1.   พาดไฉน
                2.   เถาขี้กาทั้ง 2
                3.   ตานทั้ง 5
                4.   สะแกทั้ง 5
ข้อ 46.    ตัวยาและส่วนประกอบใดต่อไปนี้ เป็นมหาพิกัดอะไร ดอกดีปลี 2 ส่วน รากเจตมูลเพลิง 1 ส่วน เถาสะค้าน 5 ส่วน รากช้าพลู 4 ส่วน  เหง้าขิงแห้ง 3 ส่วน แก้ในกองใด
                1.   ทศเบญจขันธ์ แก้ในกองวาโยธาตุ
                2.   ทศเบญจกูล แก้กองในปถวีธาตุ
                3.   โสฬสเบญจกูล แก้ในกองธาตุลม
                4.   ทศเบญจขันธ์ แก้ในกองอาโปธาตุ
ข้อ 47.    ท่านจะปรุงยาให้คนไข้เพื่อฟอกเลือด บำรุงโลหิตสตรี จะใช้ในข้อใด
                 1.   ใบส้มเสี้ยว รกมะดัน ใบมะขาม
                 2.   ใบมะขาม คำฝอย รากไทรย้อย
                 3.   รกมะดัน ใบมะยม รากต่อไส้
                 4.   ใบมะขาม คำไทย แก่นปรู
ข้อ 48.     เทียนแกลบ สรรพคุณ ขับลม แก้เสมหะ เป็นตัวยาที่อยู่ในพิกัดใด?
                  1.   เนาวเทียน
                  2.   สัตตะเทียน
                  3.   เทียนพิเศษ
                  4.   เบญจเทียน
ข้อ 49.    ใน 1 ตำลึงจีน มีน้ำหนักเท่ากับข้อใด
                  1.   1 ตำลึงไทย
                  2.   2 ตำลึงไทย
                  3.   10 สลึง
                  4.   5 สลึง
ข้อ 50. ยาธรณีสันฑะฆาต เป็นยาสามัญประจำบ้านที่ใช้แก้กระษัยเส้น เถาดานท้องผูก ยาขนานนี้มีข้อห้ามใช้สำหรับผู้ป่วยกลุ่มใด เพราะ เหตุใด
                  1.   ผู้ป่วยที่มีอาการไข้ เพราะเป็นยารสร้อน เข้าพริกไทยมาก จะทำให้ไข้มากขึ้น
                  2.   ผู้ป่วยท้องเสีย เพราะมียาดำ รงทอง จะทำให้ถ่าย ท้องเสียมากขึ้น
                  3.   สตรีมีครรภ์ เพราะเป็นยารสร้อน มีพริกไทย และยาระบายจะทำให้แท้งได้
                  4.   ถูกทุกข้อ
ข้อ 51.    ยารสประธาน 3 รส ข้อใดถูกต้อง
                  1.   ร้อย เย็น และรสหวาน
                  2.   เย็น สุขุมและฝาด
                  3.   รสสุขุม เย็นและร้อน
                  4.   ไม่มีข้อใดถูก
ข้อ 52.    รากของผักคราดหัวแหวน มีสรรพคุณแก้อะไร?
                  1.   ขับพยาธิ
                  2.   แก้อาการเจ็บคอ
                  3.   แก้ไตพิการ
                  4.   แก้ปอดบวม
ข้อ 53.    รากช้าพลู เป็นต้วยาประจำธาตุอะไร
                  1.   เตโชธาตุ
                  2.   วาโยธาตุ
                  3.   อาโปธาตุ
                  4.   แก้ปวดบวม
ข้อ 54.     สมุนไพรข้อไหนที่จะใช้ทำยา แก้ร้อนภายใน แก้ข้อข้อ บำรุงเนื้อและกระดูก บำรุงร่างกาย
                  1.   เมล็ดงา
                  2.   เมล็ดถั่วเขียว
                  3.  เมล็ดถั่วเขียว
                  4. เมล็ดถั่วลิสง
ข้อ 55.     ส่วนประกอบของสูตรยากวาดแสงหมึก นอกเหนือจากตัวยาหมึกหอม จันทน์ชะมด ลูกกระวาน จันทน์เทศ ใบพิมเสน ลูกจันทน์ ดอกจันทน์ กานพลู ใบสันพร้าหอม หัวหอม ดีงูเหลือม ชะมด พิมเสน คือข้อใด?
                  1.   ใบกระสัง
                  2.   ใบแมงลัก
                  3.   ใบกะเพรา
                  4.   ใบโหระพา
ข้อ 56.     สารหนูมีโทษอย่างไร
                  1.   ชักกระตุก หยุดหายใจ และตายในที่สุด
                  2.   กัดกระเพาะ ทำให้อาเจียนเป็นเลือด
                  3.   ท้องร่วง ปวดท้องอย่างรุนแรง
                  4.   ประสาทหลอน เป็นบ้า
ข้อ 57.     สิ่งต่อไปนี้เป็นสัตว์วัตถุ ให้ท่านพิจารณาว่า รสและสรรพคุณของสัตว์วัตถุใดถูกต้อง?
                  1.   นกนางแอ่น ใช้รังทำยา รสมันคาว สรรพคุณแก้ปวดเมื่อย ปวดข้อ บำรุงกำลัง
                  2.   นกกา หรืออีกา ใช้กระดูกและขนทำยา สรรพคุณ แก้พิษกาฬ แก้พิษตานซาง แก้ไข้กาฬ
                  3.   น้ำผึ้ง ใช้น้ำหวานในรังทำยา รสหวาน สรรพคุณ ใช้ผสมยาปั้นเม็ด แก้ตาฟาง แก้ไอ
                  4.   ถูกทุกข้อ
ข้อ 58.     การตรวจเส้นสุมนา ตามตำราวเวชศึกษาให้ทำอย่างไร
                  1.   ใช้นิ้วกดเหนือสะดือ 2 นิ้วมือ
                  2.   ใช้นิ้วกดเหนือไหปลาร้า
                  3.   ใช้นิ้วกดเหนือกระดูกหน้าอก
                  4.   ใช้นิ้วกดใต้ลิ้นปี่
ข้อ 59.     ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับเส้นอัษฎากาศ
                  1.   ไม่ควรกดพร้อมกันทั้ง 2 ข้าง
                  2.   ตรวจชีพจรที่ข้อมือแทนก็ได้
                  3.   เป็นเส้นขั้วหัวใจตอนบน
                  4.   เกี่ยวข้องกับลมปัตฆาต ราทยักษ์
ข้อ 60.     ตรวจชีพจรพบว่า เดินตื้น เต้นเร็วและเดินแรง เม็ดใหญ่ แต่เดินไม่เสมอ มีหยุด แสดงถึงร่างกายผิดปกติอย่างไร
                  1.   อ่อนเพลีย
                  2.   อาการหนักรักษาไม่ได้
                  3.   มีพิษร้อนจัด เพ้อได้
                  4.   ใจเหี่ยวแห้ง
ข้อ 61.     ตามตำราเวชศึกษา เส้นที่อยู่เหนือสะดือ 1 นิ้วเศษ เป็นเส้นต่อเนื่องกับเส้นสุมนา มีหน้าที่รับโลหิต จากเส้นสุมนาจ่ายไปตามอวัยวะ ตอนล่างทั่วไปมีขาและเท้าเป็นต้น เรียกว่าเส้นอะไร
                  1.   เส้นกาลทารี
                  2.   เส้นสุมนา
                  3.   เส้นสหัสรังษี
                  4.   เส้นอัมพฤกษ์
ข้อ 62.     ตามตำราเวชศึกษา เส้นสุมนาถ้าพิการ จะทำให้เกิดเป็นโรคลมชนิดใด
                  1.   ชิวหาสดมภ์
                  2.   บาดทะจิต
                  3.   พิตคุณ
                  4.   ตุลาราก
ข้อ 63.    ถ้าตรวจพบผู้ป่วยมีลิ้นเป็นฝ้าละออง น่าจะป่วยเพราะโรคใด
                 1.   ไข้รากสาด
                 2.   ไข้กาฬ
                 3.   ธาตุพิการ
                 4.   น้ำลายพิการ
ข้อ 64.    ถ้าตรวจพบผู้ป่วยรู้สึกยอกในซี่โครงที่ 3-4 ด้านซ้าย มีไข้สูง ฟังเสียง หัวใจเต้นเบา ติดขัด ท่านวินิจฉัยว่าน่าจะเป็นโรคใด
                 1.   วัณโรค
                 2.   ถุงหุ้มหัวใจอักเสบ
                 3.   หัวใจอ่อน
                 4.   หัวใจบวม
ข้อ 65.    ถ้าท่านตรวจชีพจรผู้ป่วยแล้วพบว่ามีลักษณะเดินตื้น เต้นแรงและเร็ว เม็ดใหญ่ เดินเสมอท่านคิดว่าผู้ป่วยมีอาการอย่างไร
                 1.   มีพิษร้อน แต่โรคยังเบา
                 2.   มีพิษร้อน โรคปานกลาง
                 3.   มีกำลังน้อย อ่อนเพลีย
                 4.   มีไข้พิษ ไข้กาฬ ค่อนข้างมาก
ข้อ 66.   ถ้าผู้ป่วยเป็นโรคหัวใจบวม เสียงหัวใจเต้นจะเป็นอย่างไร
                 1.   ดังติ๊กๆ และช้า
                 2.   ดังฟืดๆ แฟดๆ
                 3.   ดังทึบและฝืด ไม่โปร่ง
                 4.   ไม่มีข้อใดถูก
ข้อ 67.   ถ้าผู้ป่วยมีอุจจาระสีดำเป็นเมือกมัน ท่านคิดว่าไม่น่าจะเกิดโรคใด
                1.   ไข้อติสาร
                2.   ไข้รากสาด
                3.   โรคซาง
                4.   ไข้กาฬ
ข้อ 68.   ต้อแววนกยูงมีลักษณะอย่างไร
                1.   เป็นแววอยู่กลางตาดำ
                2.   ตามันดังเยื่อลำใยขาว
                3.   เห็นเป็นก้อนขาวเป็นเงาอยู่กลางตาดำ
                4.   ตาดำเป็นจุดขาวแวววาวดังขนนกยูง
ข้อ 69.   โรคตาชนิดไหน ที่เจ็บกระบอกตาเวลานอน ตาเป็นดุจเยื่อไม้?
                1.   ต้อฝี
                2.   ต้อก้นหอย
                3.   ต้อวาโย
                4.   ต้อกระจก
ข้อ 70.   คัมภีร์มัญชุสาระวิเชียร ลมเป็นก้อนดานตั้งอยู่ในอุระ มีดีซึมอยู่เป็นอันมาก เรียกชื่อว่าอะไร
                1.   ทักษณะคุละมะ
                2.   ปิตตะคุละมะ
                3.   โลหิตคุละมะ
                4.   รัตตะคุละมะ
ข้อ 71.   คัมภีร์มัญชุสาระวิเชียรกล่าวถึงเรื่องอะไร
                1.   กล่าวถึงว่าด้วยโรคลมทั่วๆไป
                2.   กล่าวว่าด้วยลมที่ทำให้เกิดโรคและมีอาการต่างๆ
                3.   กล่าวว่าด้วยลมพิษและลมร้าย
                4.   ไม่มีข้อใดถูก
ข้อ 72.  คัมภีร์มัญชุสาระวิเชียรกล่าวถึงเรื่องอะไร
                1.    โรคมูตร ตามคัมภีร์มัญชุสาระวิเชียร มีกี่ประการ
                2.   12 ประการ
                3.   18 ประการ
                4.   20 ประการ
ข้อ 73.   ลมทีบังเกิดให้เนื้อตัวบวม เรียกว่าลมอะไร?
                1.   ลมกำเดา
                2.   ลมผูกธาตุ
                3.   ลมปถวีกำเริบ
                4.   ลมกระษัยจุกอก
ข้อ 74.   ลมที่มีลักษณะและอาการ เมื่อแรกให้หาวเรอ และให้เหียน ขากรรไกรแข็. ถ้าขบมิลง ให้แน่นิ่ง ไม่ไม่รู้สึกตัว ปลุกมิตื่น กำหนด 3 วัน ถึง 7 คืน เป็นลักษณะและอาการของลมอะไร
                1.   ลมมหาสดมภ์
                2.   ลมอัศมุขี
                3.   ลมชิวหาสดมภ์
                4.   ลมอุทรวาต
ข้อ 75.   อาการทั้งสลบทั้งลงทั้งอาเจียน มิรู้ก็ว่าสันนิบาตสองคลอง มือเขียว หน้าเขียว ชัก มิรู้ก็ว่าป่วงให้ลงกำหนด 3 วัน คือลักษณะและอาการของโรค
                1.   ลมบาทาทึก
                2.   ลมบาดทะจิต
                3.   ลมมหาสดมภ์
                4.   ลมอีงุ้มอีแอ่น
ข้อ 76.   ชื่อของโรคเรื้อนทีเรียกตามลักษณะอาการของโรค ในคัมภีร์วิถีกุฎโรคมีหลายชื่อได้แก่ข้อใด
                 1.   เรื้อนวิมาลา เรื้อนหูด เรื้อนบอน เรื้อนดอกหมาก เรื้อนมะไฟๆ เป็นต้น
                 2.   เรื้อนกุฎฐัง เรื้อนกวาง เรื้อนกระดูก เรื้อนหูหนาตาเล่อ เรื้อนหิดๆ เป็นต้น
                 3.   เรื้อนเกล็ดปลา เรื้อนมะเฟือง เรื้อนมะไฟ เรื้อนมูลนก เรื้อนดอกหมากๆ เป็นต้น
                 4.   ไม่มีข้อใดถูก
ข้อ 77. บางทีจับให้เซื่อมมึน บางทีให้ร้อนในกระหายน้ำ หอม สอึก บางทีให้จุกเสียด ข้อมือกำ เท้างอ มือสั่น บางทีให้ปวดแสบปวดร้อน เป็นกำลัง เป็นลักษณะของ
                 1.   ฝียอดเดียวชนิดคว่ำประเภทที่ 3
                 2.   ฝียอดเดียวชนิดคว่ำประเภทที่ 4
                 3.   ฝียอดเดียวชนิดหงายประเภทที่ 1
                 4.   ฝียอดเดียวชนิดหงายประเภทที่ 2
ข้อ 78.    ฝีที่มักขึ้นที่กระหม่อม กำดัน สันหลัง ขาทั้งสองข้าง ใต้ศอก ใต้รักแร้ ไหล่ทั้งสอง เป็นฝีชนิดใด
                 1.   ชนิดคว่ำประเภทที่ 1
                 2.   ชนิดคว่ำประเภทที่ 2
                 3.   ชนิดหงายประเภทที่ 1
                 4.   ชนิดหงายประเภทที่ 2
ข้อ 79.   ฝียอดเดียวคว่ำประเภทที่ 4 ถ้าเกิดในเดือน 11- เดือน 4 เนื่องจากเหตุใด
                 1.   ดี ลม เสมหะ ระคนกัน
                 2.   ลม น้ำเหลือง กำเดา ระคนกัน
                 3.   ดี น้ำเหลือง โลหิตระคนกัน
                 4.   โลหิต ลม เสมหะ ระคนกัน
ข้อ 80.   " อุปปาติกะวัณโรค" บังเกิดด้วยอาโปะาตุ คือฝีชื่ออะไร
                 1.   ฝีมานทรวง
                 2.   ฝีกุตะณะราย
                 3.   ฝีมะเร็งทรวง
                 4.   ฝีดาวดาษฟ้า
ข้อ 81.   คัมภีร์ทิพย์มาลา ได้กล่าวถึงลักษณะฝีไว้กี่ประการ
                 1.   10 ประการ
                 2.   15 ประการ
                 3.   17 ประการ
                 4.   19 ประการ
ข้อ 82.    ฝีที่เกิดในขั้วตับ ถ่ายออกมาเป็นเลือดสดๆได้ 4-5 วัน จึงกลับกลายเป็นเลือดและเสลดเน่าเรียกว่าอะไร
                 1.   กาฬพิพิธ
                 2.   กาฬพิพิธ
                 3.   กาฬมูตร
                 4.   กาฬสูตร

ข้อสอบ ข้อ 77-

ข้อ 77.   ไข้หนึ่งมีลักษณะผุดขึ้นเป็นเม็ดแดง เป็นแถว หญิงมักขึ้นซ้าย ชายมักขึ้นขวา สะพายแล่ง คล้ายสังวาลย์
               1.   ไข้ข้าวไหม้ใหญ่
               2.   ไข้กระดานหิน
               3.   ไข้สังวาลย์พระอินทร์
               4.   ไข้ข้าวไหม้เกรียม
ข้อ 78.   ลักษณะกุฎโรคที่เกิดขึ้นแล้วมีผิวนวลดุจน้ำผิวน้ำเต้า ซึ่งชาวโลกสมมุติว่า เรื้อนน้ำเต้า เกิดจากกองธาตุอะไร
              1.   ปถวีธาตุ
              2.   อาโปธาตุ
              3.   วาโยธาตุ
              4.   เตโชธาตุ
ข้อ 79.  ลักษณะฝียอดเดียวชนิดหงาย 2 ถ้าบังเกิดในเดือน 5-6-7-8-9-10 เกิดเพื่ออะไร
              1.   เพื่อลม น้ำเหลือง กำเดาระคนกัน
              2.   เพื่อ ดี ลม เสมหะระคนกัน
              3.   เพื่อ ดี โลหิต เสมหะระคนกัน
              4.   ไม่มีข้อใดถูก
ข้อ 80.  ข้อใดจัดอยู่ในปัจจุบันกรรมอติสาร
              1.   อุตราวาตอติสาร
              2.   อมุธาตุอติสาร
              3.   มุศกายธาตุอติสาร
              4.   รัตตธาตุอติสาร
ข้อ 81.  คนไข้เมื่อพิการ ทำให้แข็งกระด้างตึงขา ผิวหนังเหี่ยวแห้งแข็งดังท่อนไม้ เปรียบดังอสรพิษขบกัดคือข้อใด
              1.   ปถวีธาตุ
              2.   อาโปธาตุ
              3.   วาโยธาตุ
              4.   เตโชธาตุ
ข้อ 82.  คัมภีร์ทิพย์มาลา กล่าวถึงอะไร
              1.   ลักษณะของอติสาร
              2.   ลักษณะของฝีภายใน
              3.   ลักษณะของฝีภายนอก
              4.   ลักษณะของฝีกาฬ
ข้อ 83.   ถ้ากินปอดให้กระหายน้ำ ให้หอบ ถ้ากินม้าม ให้หลับอาการคล้ายปีศาจสิง หมายถึงอาการของอะไร
               1.   กาฬพิพัธ
               2.   กาฬพิพิธ
               3.   กาฬมูตร
               4.   กาฬสิงคลี
ข้อ 84.  ฝีหนึ่งเกิดใต้ลิ้น สัณฐานดังดวงจันทร์ อ้าปากออกเห็นหนึ่งลับอยู่ในลำคอ ไม่เห็นครึ่งหนึ่ง ให้ฟกบวมเป็นกำลัง กินข้าวกินน้ำมักให้ สำลักทางจมูก ถ้าแก่แดงดังผลอุทุมพร ฝีนั้นชื่ออะไร
               1.   ฝีฟองสมุทรร์
               2.   ฝีทันตมูลา
               3.   ฝีครีบกรด
               4.   ฝีราหูกลืนจันทร์
ข้อ 85.   แรกเป็นมีอาการให้ยอกเสียด หายใจขัดในทรวงอก เจ็บหน้าอกทั้งกลางวันและกลางคืน เสมหะเหนียว ซูบผอมให้แน่นหน้าอกเป็น กำลัง
               1.   ฝีวัณโรคชื่อฝียอดคว่ำ
               2.   ฝีวัณโรคชื่อฝีรากชอน
               3.   ฝีวัณโรคชื่อฝีธนูทวน
               4.   ฝีวัณโรคชื่อฝีมารทรวง
ข้อ 86.   กระษัย เป็นกลุ่มอาการของโรคอะไร?
               1.   กลุ่มอาการของโรคมะเร็ง
               2.   กลุ่มอาการของโรคริดสีดวง
               3.   กลุ่มอาการของโรคกระเพาะอาหาร
               4.   กลุ่มโรคเรื้อรังเนื่องจากความเสื่อมของร่างกาย
ข้อ 87.   กระษัยในข้อใดเกิดในลำไส้
               1.   กระษัยเต่า
               2.   กระษัยปลาหมอ
               3.   กระษัยปลาดุก
               4.   กระษัยลิ้นกระบือ
ข้อ 88.   กษัยลม เกิดเพื่อลม 6 จำพวก ตั้งอยู่ 4 แห่ง อยู่อย่างไร ข้อไหนที่ตั้งไม่ถูก
                1.   ใต้สะดือ 1 แห่ง
                2.   เหนือสะดือ 1 แห่ง
                3.   ริมสะดือซ้าย 1 แห่ง
                4.   ริมฝีปากขวา 1 แห่ง
ข้อ 89.   อาการที่ท้องน้อยและหัวเหน่าแข็งดุจแผ่นศิลา เคลื่อนไหวตัวไม่ได้ นานเข้าลามมาถึงยอดอก บริโภคอาหารไม่ได้ ปวดขบดังจะขาด ใจตาย เป็นอาการของกระษัยอะไร
                1.   กระษัยราก
                2.   กระษัยเหล็ก
                3.   กระษัยศิลา
                4.   กระษัยดาน
ข้อ 90.    กาฬต่อไปนี้เป็นกาฬอะไร เป็นตั้งแต่ดีลงมาอุจจาระปัสสาวะ เนื้อตัวเหลืองดังบมิ้นทา กระหายน้ำ หอบหายใจขัด ละเมอเพ้อพก 3 วัน จักอาสัญ
                1.   กาฬสิงคลี
                2.   กาฬมูตร
                3.   กาฬสูตร
                4.   กาฬพิพิธ
ข้อ 91.    ตรีสัณฑะฆาต ถ้าบังเกิดแก่ผู้ใด มักให้มีอาการต่างๆ ถ้าเกิดขึ้นในปอด จะมีอาการอย่างไร
                1.   เจรจาด้วยผี พูดเพ้อเจ้อ คลั่งเพ้อต่างๆ
                2.   ลงเป็นโลหิต แล้วเป็นผีเข้าสิง เข้าจำอยู่
                3.   ให้จุกเสียด ท้องเฟ้อ เป็นมาน
                4.   ทำให้กระหายน้ำเป็นอันมาก
ข้อ 92.    ทุราวสามี 4 จำพวก จำพวกใดที่รักษาไม่ได้
                 1.   ปัสสาวะออกมาเป็นสีขาว
                 2.   ปัสสาวะออกมาเป็นสีเหลือง
                 3.   ปัสสาวะออกมาเป็นสีโลหิตสดๆ
                 4.   ปัสสาวะออกมาเป็นสีดำดังน้ำคราม
ข้อ 93.    ปัสสาวะออกมาแดงขุ่นข้น เป็นสีดำดุจดั่งน้ำครามคือ
                 1.   มุตฆาต
                 2.   มุตกิต
                 3.   ทุราวสา
                 4.   ถูกทุกข้อ
ข้อ 94.     อุจจาระมีกลิ่นหม็นเหมือนหญ้าเน่ามีอาการอย่างไร?
                  1.   เจ็บหน้าอก น้ำลายไหล ตาแดง
                  2.   เจ็บคอ ค้ดจมูก เมื่อยตัว
                  3.   เจ็บหน้าอก เจ็บในท้อง เจ็บในกระดูก
                  4.   ปากแห้ง คอแห้ง วิงเวียน
ข้อ 95.    กลิ่นอุจจาระเหม็นดังข้าวบูด เกิดเพราะกองสมุฎฐานใดเป็นเหตุ
                 1.   ปถวี
                 2.   อาโป
                 3.   วาโย
                 4.   เตโช
ข้อ 96.    ท่านเห็นว่ากองมหาภูตรูปใดผิด
                 1.   กองมหาภูติรูปดิน 20
                 2.   กองมหาภูตรูปอากาศ 10
                 3.   กองมหาภูตรูปอาโป 12
                 4.   กองมหาภูตรูปวาโย 6
ข้อ 97.    โทษ 15 ประการ ในโรคอุจจาระธาตุ ข้อใดที่ไม่ถูกต้อง
                 1.   ให้แน่นในอกคับใจ
                 2.   ให้คันไปทั่วร่างกาย
                 3.   ให้ร้อนกระหายน้ำ
                 4.   ให้เจรจาพร่ำพรู
ข้อ 98.    ธาตุสมุฎฐานทั้ง  4 นั้น มีธาตุอะไรเป็นที่ตั้งแห่งภูมิโรคทั้งหลาย?
                 1.   ปถวีธาตุ
                 2.   อาโปธาตุ
                 3.   วาโยธาตุ
                 4.   เตโชธาตุ
ข้อ 99.   ในคัมภีร์อุทรโรค ท่านหมายเอาโรคอะไร
                 1.   โรคกระเพาะอาหาร
                 2.   โรคท้องมาน
                 3.   โรคกระษัย
                 4.   โรคชรา
ข้อ 100.  อาโปธาตุพิการ ลักษณะของอุจจาระธาตุมีสีอะไร?
                 1.   ดำ
                 2.   ขาว
                 3.   เขียว
                 4.   แดง
จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบรับราชการ    โทร 087-0708815
เฉพาะตอบกลับของผู้โพสต์ 5#  โพสต์เมื่อ: 2015-05-30
ข้อ 1.      การโฆษณายาแบบใดที่ผู้อนุญาตมีอำนาจอนุมัติข้อความที่โฆษณาได้
                 1.   การโฆษณายาโดยการร้องเพลง
                 2.   การโฆษณาสรรพคุณยาอันตราย
                 3.   การโฆษณายาแก้เบาหวาน โดยตรงต่อผู้ประกอบโรคศิลปะ
                 4.   การโฆษณาโดยให้ผู้ประกอบโรคศิลปะเป็นผู้รับรองสรรพคุณ
ข้อ 2.      ถ้าผู้รับอนุญาตตาย และมีบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติอาจเป็นผู้รับอนุญาตได้ตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510 ต้องแสดงความจำนงต่อ ผู้อนุญาตภายในกี่วัน
                 1.   15 วัน
                 2.   7 วัน
                 3.   30 วัน
                 4.   25 วัน
ข้อ 3.     นาย ก.จะทำยาสระผมโดยมีดอกอัญชันเป็นส่วนประกอบและแสดงสรรพคุณบนฉลากว่าใช้สระผมทำให้สวย กรณีเช่นนี้ ยาสระผมดัง กล่ววจะจัดเป็น "ยา" ตามความในพระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510 และฉบับที่มีผลบังคับใช้ในปัจจุบันหรือไม่ เพราะเหตุใด
                 1.   เป็นยา เพราะมีการแสดงสรรพคุณเป็นยา
                 2.   เป็นยา เพราะยาสระผมจัดเป็นยาแล้ว
                 3.   เป็นยา เพราะอัญชันเป็นตัวยาสมุนไพร
                 4.   ไม่เป็นยา เพราะยาสระผมเป็นเครื่องสำอางและไม่มีการแสดงสรรพคุณที่เป็นยา
ข้อ 4.     นายเชี่ยวชาญเป็นผู้รับอนุญาตผลิตยาแผนปัจจุบันที่ขึ้นทะเบียนตำรับยาไว้ ต่อมาต้องการแก้ไขรายละเอียดเกี่ยวกับรูปแบบของฉลากยา กรณีนี้นายเชี่ยวชาญจะต้องดำเนินการอย่างไรให้ถูกต้อง ตามกฎหมายยา
                 1.   สามารถแก้ไขได้โดยไม่ต้องขออนุญาต เพราะเป็นการแก้ไขส่วนที่ไม่ใช่สาระสำคัญ
                 2.   ต้องแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบเมื่อมีการแก้ไขแล้ว
                 3.   ต้องขอขึ้นทะเบียนตำรับยาใหม่
                 4.   ต้องขอแก้ไขทะเบียนกับพนักงานเจ้าหน้าที่เสียก่อนจึงจะทำได้
ข้อ 5.     สหกรณ์บ้านนาสารได้สนับสนุนให้สมาชิกทำยาฟ้าทะลายโจร โดยนำฟ้าทลายโจรมาตากแห้งแล้ว จำหน่าย กรณีนี้ให้วินิจฉัยว่า จะ ต้องดำเนินการอย่างไร ตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510 และฉบับที่มีผลบังคับใช้ในปัจจุบัน เพื่อให้ถูกต้องตามกฎหมายยา
                 1.   ต้องขอขึ้นทะเบียนตำรับยาก่อน จึงจะขายได้
                 2.   ต้องขอใช้ฉลากยาก่อน จึงจะขายได้
                 3.   ต้องขอมีทะเบียนยาก่อน จึงจะทำขายได้
                 4.   สามารถกระทำได้โดยไม่ต้องขึ้นทะเบียนตำรับยา เนื่องจากยาสมุนไพรได้รับยกเว้นไม่ต้องขึ้นทะเบียนตำรับยา
ข้อ 6.     คำว่า ผู้อนุญาต ในพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.2541 หมายความว่า
                 1.   รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
                 2.   ผู้อำนวยการกองการประกอบโรคศิลปะ
                 3.   ปลัดกระทรวงสาธารณสุขหรือผู้ที่ปลัดมอบหมาย
                 4.   อธิบดีกรมการแพทย์
ข้อ 7.     ในการปฎิบัติหน้าที่ พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจอย่างไร
                 1.   เข้าไปในสถานพยาบาลในระหว่างเวลาทำการเพื่อตรวจสอบ
                 2.   เข้าไปในสถานพยาบาลได้ระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตกเพื่อตรวจสอบ
                 3.   ทำการจับกุมผุ้รับอนุญาตมาควบคุมเพื่อให้ถ้อยคำ
                 4.   ริบบรรดาเอกสารหรือสิ่งของที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด
ข้อ 8.      ผุ้ใดดำเนินการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 24 วรรคหนึ่ง มีโทษประการใด
                 1.   จำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
                 2.   จำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
                 3.   จำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
                 4.   ปรับไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาท
ข้อ 9.      ผุ้ใดต่อไปนี้มีลักษณะต้องห้ามเป็นผุ้ขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล
                 1.   แม่ชีจิตอายุ 70 ปี
                 2.   นางสาวใจอยู่ที่ประเทศอเมริกา
                 3.   นายจิตขับรถประมาทชนคนบาดเจ็บสาหัส ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกหนึ่งปี
                 4.   นายจุกเสียการพนันฟุตบอลล์ไปจนมีหนี้สินรุงรัง
ข้อ 10.    เมื่อท่านเป็นผู้ป่วย และเข้าไปรักษาในคลินิคแพทย์ สิ่งสำคัญที่ท่านควรจะต้องตรวจสอบในคลินิคนั้นคืออะไร
                 1.   ป้ายชื่อคลินิคตรงกับชื่อแพทย์หรือไม่
                 2.   ใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล
                 3.   วุฒิบัตรแสดงความรู้หรือคุณวุฒิของแพทย์
                 4.   อุปกรณ์การแพทย์รวมทั้งเวชภัณฑ์
ข้อ 11.    การขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาต การออกใบอนุญาต การออกหนังสือรับรองความรู้ความชำนาญเฉพาะทางในการประกอบโรค ศิลปะ การขอรับใบแทนใบอนุญาต และการออกใบแทนใบอนุญาต ให้เป็นไปตามข้อใด
                 1.   ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
                 2.   ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในระเบียบ
                 3.   ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในประกาศ
                 4.   ผิดทุกข้อ
ข้อ 12.    การช่วยเหลือคนเป็นลมข้างถนน โดยให้ยาดม และใช้ยาทาถูนวดตามร่างกาย จะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบโรคศิลปะ พ.ศ.2542 อย่างไรหรือไม่ ถ้าผู้ช่วยเหลือนั้นไม่ได้เป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ
                 1.   มีความผิดฐานประกอบโรคศิลปะโดยมิได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาต
                 2.   มีความผิดฐานประกอบโรคศิลปะในที่สาธารณะ
                 3.   มีความผิดฐานแสดงตน ว่าพร้อมที่จะประกอบโรคศิลปะ
                 4.   ไม่มีความผิด เพราะเป็นการช่วยเหลือตามธรรมจรรยา
ข้อ 13.    คุณสมบัติของผู้ขอขึ้นทะเบียนยา และรับใบอนุญาต เป็นผู้ประกอบโรคศิลปะที่สำคัญคือ
                 1.   อายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์
                 2.   บรรลุนิติภาวะโดยการสมรส
                 3.   อายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์
                 4.   อายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบห้าปีบริบูรณ์
ข้อ 14.    ถ้าผู้ประกอบโรคศิลปะ ในสาขาใดสาขาหนึ่ง ประกอบโรคศิลปะในสาขาอื่นที่ตนมิได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตจะระวางโทษ อย่างไร
                 1.   จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
                 2.   จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกินสามหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
                 3.   จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
                 4.   จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ข้อ 15.    นาย ก.เป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทยได้ลงแจ้งความ ในหนังสือพิมพ์เกี่ยวกับผลงานที่ได้รักษาผู้ป่วย ดังนี้ถือว่า นาย ก.
                 1.   ไม่สามารถทำได้เพราะผิดจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ
                 2.   ไม่สามารถทำได้เพราะป็นข้อความที่ผิดกฎหมาย
                 3.   ไม่สามารถทำได้เพราะเป็นการแจ้งความ
                 4.   ไม่สามารถทำได้เพราะเป็นการเผยแพร่ข้อมูลเฉพาะบุคคล
ข้อ 16.    นายสงบ เป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทย ประเภทเวชกรรมไทย จัดรายการวิทยุโดยแนะนำเกี่ยวกับยาสมุนไพร ต่างๆ และบอกให้ผู้ฟังที่มีปัญหาความเจ็บป่วยไปรับการรักษาที่สถานพยาบาลของตน นายสงบกระทำผิดหรือไม่ ด้วยเหตุใด
                 1.   ผิดจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ เพราะเป็นการโฆษณาความรู้ความชำนาญในการประกอบโรคศิลปะของตน
                 2.   ไม่ผิดจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ เพราะเป็นการทำงานในหน้าที่
                 3.   ไม่ผิดจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ เพราะเป็นการทำงานในหน้าที่
                 4.   ผิดจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ เพราะเป็นการจงใจชักชวนคนเจ็บไข้ให้รับการรักษาพยาบาลของตนเพื่อผลประโยชน์
ข้อ 17.    นายสงนถูกศาลพิพากษาลงโทษจำคุกในคดีฝ่าฝืนคำสั่งพักใช้ใบอนุญาต คดีถึงที่สุดแล้ว คณะกรรมการวิชาชีพจะดำเนินการกับ นายหน้าอย่างไร
                 1.   แต่งตั้งคณะอนุกรรมการวิชาชีพดำเนินการสืบสวน
                 2.   ไม่ดำเนินการอย่างใดเพราะถูกจำคุกแล้ว
                 3.   สั่งเพิกถอนใบอนุญาตโดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด
                 4.   ผิดถูกข้อ
ข้อ 18.    ในการประชุม ถ้าประธานกรรมการวิชาชีพ ไม่สามารถปฎิบัติหน้าที่ได้ การประชุมก็ต้องเลื่อนไป คำกล่าวนี้ถูกต้องหรือไม่
                 1.   ไม่ถูกต้อง เพราะมีรองประธานทำหน้าที่แทน
                 2.   ถูกต้อง เพราะการประชุมต้องมีประธานทำหน้าที่ตามกฎหมาย
                 3.   ไม่ถูกต้อง เพราะที่ประชุมสามารถเลือกกรรมการคนอื่นทำหน้าที่แทน
                 4.   ถูกต้อง เพราะประธานไม่ได้มอบหน้าที่ให้กรรมการคนอื่นทำหน้าที่แทน
ข้อ 19.    ผู้ที่เป็นทั้งกรรมการการประกอบโรคศิลปะและกรรมการวิชาชีพสาขาทางการแพทย์แผนไทยคือ
                 1.   ปลัดกระทรวงสาธารณสุข
                 2.   ผู้อำนวยการสถาบันการแพทย์แผนไทย
                 3.   ผู้อำนวยการกองประกอบโรคศิลปะ
                 4.   ทุกข้อที่กล่าว
ข้อ 20.    วิชาชีพใด เมื่อจะทำการประกอบวิชาชีพ ต้องขึ้นทะเบียนและขอใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะ
                 1.   แพทย์
                 2.   พยาบาล
                 3.   ทันตแพทย์
                 4.   เทคนิคการแพทย์
ข้อ 21.    ปกติโลหิต หมายความว่าอย่างไร?
                 1.   โลหิตบริบูรณ์
                 2.   โลหิตแล่นสะดวก
                 3.   โลหิต กำเดา ดี
                 4.   โลหิตประจำเดือน
ข้อ 22.    โลหิตคลอดบุตร เมื่อบังเกิดทำให้โลหิตคั่ง เดินไม่สะดวก แล้วตั้งขึ้นเป็นลิ่ม เป็นก้อน สมมุติไว้ว่าอย่างไร
                 1.   เป็นบ้า แยกเขี้ยว
                 2.   ให้แดกขึ้นแดกลง
                 3.   บางทีให้คลั่งเพ้อ
                 4.   ปีศาจเข้าสิง
ข้อ 23.    โลหิตต้องพิฆาต หมายถึงข้อใด?
                 1.   ตกต้นไม้ ถูกทุบถอง โลหิตกระทบช้ำ ระคนกับโลหิตระดู
                 2.   โลหิตกระทบช้ำ โลหิตแห้งกรัง โลหิตพิการ คลอดบุตร
                 3.   ถูกทุบถอง โลหิตคลอดบุตร โลหิตเน่า
                 4.   โลหิตตกหมกซ้ำ ถูกทุบถอง โลหิตกระทบช้ำ ระดูพิการ
ข้อ 24.    ว่าด้วยริดสีดวงมหากาฬ 4 จำพวก ว่าเกิดที่ใดบ้าง
                 1.   เกิดที่ลิ้น
                 2.   เกิดที่กระเพาะอาหาร
                 3.   เกิดที่ตับ
                 4.   ผิดทุกข้อ
ข้อ 25.    สตรีผู้ใดที่มีสามีแล้วมิได้มีสามีก็ดี เมื่อระดูจะมานั้น มีอาการกระทำให้ท้องขึ้นท้องพอง ให้จุกเสียดเป็นกำลัง ให้ตัวร้อนจับเป็นเวลา ให้คลื่นไส้ ให้อาเจียนลมเปล่า ระดูไม่ทำงาน มีสีดังดอกคำจาง เป็นโลหิตเกิดจากกองธาตุใด
                 1.   โลหิตระดูเกิด
                 2.   โลหิตระดูเกิดแต่กองวาโยธาตุ
                 3.   โลหิตระดูเกิดแต่กองวาโยธาตุ
                 4.   โลหิตระดูเกิดแต่กองปถวี
ข้อ 26.    "เบญจกัลยาณี" เป็นลักษณะแม่นมที่ดีมีกี่จำพวก
                 1.   2 จำพวก
                 2.   3 จำพวก
                 3.   4 จำพวก
                 4.   5 จำพวก
ข้อ 27.    คัมภีร์ปฐมจินดาได้กล่าวถึงโรคอะไร?
                  1.   โรคเกี่ยวกับบุรุษ
                  2.   โรคเกี่ยวกับสตรี-มารดา-ทารก
                  3.   โรคเกี่ยวกับความเสื่อมของร่างกาย
                  4.   โรคเกี่ยวกับต้นเหตุของการเกิดโรคเรื้อน
ข้อ 28.    ช่วงที่ทารกคลอดออกจากครรภ์มารดา เรียกว่าอะไร
                  1.   ครรภ์กำเนิด
                  2.   ครรภ์ปฎิสนธิ
                  3.   ครรภ์ประสูตร
                  4.   ครรภ์ปริมณฑล
ข้อ 29.    ด้วยอำนาจแห่งลมกัมมัชวาตพัดให้กำเริบ หมายถึงลมอะไร
                  1.   ลมบ้าหมู
                  2.   ลมสลาตัน
                  3.   ลมเหมันต์ฤดู
                  4.   ลมพัดให้ศีรษะลง
ข้อ 30.    ในคัมภีร์ปฐมจินดากล่าวถึงครรภ์วิปลาสมีกี่ประการ?
                  1.   3  ประการ
                  2.   4 ประการ
                  3.   5 ประการ
                  4.   6 ประการ
ข้อ 31.    มนุษย์ทั้งหลายถือปฎิสนธิออกจากครรภ์มารดา สตรีจะมีประเภทผิดจากบุรุษอย่างไร
                  1.   มีหน้าที่ดูแล ฟูมฟักลูก
                  2.   การปฎินธิของทารกจากมารดา
                  3.   มีต่อมเลือด น้ำนมสำหรับเลี้ยงลูก
                  4.   หลังจากคลอดลูก ต้องมีน้ำนมให้ลูกกิน
ข้อ 32.    ลักษณะน้ำนมที่ไม่ควรนำมาเลี้ยงกุมาร ต้องมีลักษณะอย่างไร?
                  1.   น้ำนมจาง สีเขียวดังน้ำต้มหอย
                  2.   น้ำนมจาง มีรสเปรี้ยว
                  3.   น้ำนมเป็นฟองลอย
                  4.   ถูกทุกข้อ
ข้อ 33.    ลักษณะน้ำนมให้โทษแก่กุมาร เกิดในสตรีที่มีกลิ่นตัวชนิดใด
                  1.   กลิ่นตัวสาบดังกลิ่นบุรุษ
                  2.   กลิ่นตัวสาบดังกลิ่นเนย
                  3.   กลิ่นตัวสาบดังกลิ่นนกกา
                  4.   กลิ่นตัวสาบดังสุนัข
ข้อ 34.    สตรีมีโลหิตปกติโทษ คือสัตว์ที่จะมาปฎิสนธิในท้องมารดาได้เพราะ?
                  1.   โลหิตระดูมีมาทุกเดือน
                  2.   โลหิตระดูบริบูรณ์
                  3.   โลหิตระดูบริบูรณ์
                  4.   มารดาไม่บริโภคอาหารเผ็ดร้อน
ข้อ 35.    ซางนี้เกิดในกระหม่อม แล้วมาขึ้นในเพดาน ยอด 1 หรือ 3 ยอด 4 ยอด ครั้นได้ 2 เดือน 3 เดือน ก็กระจายออกมาขึ้นเหงือกและ กรามทั้ง 2 ข้าง ให้เจ็บปวดดมีพิษทั่วไป คือ ซาง
                  1.   ซางโจร
                  2.   ซางนิล
                  3.   ซางไฟ
                  4.   ซางม้า
ข้อ 36.    พระคัมภีร์มุขโรค เป็นโรคที่เกิดในปากในคอ ท่านว่าเป็นเพราะอะไร
                  1.   เป็นเพราะดี
                  2.   เป็นเพราะลม
                  3.   เป็นเพราะโลหิต
                  4.   เป็นเพราะเสมหะ
ข้อ 37.    โรคที่เกิดขึ้นตามที่กล่าวไว้ในคัมภีร์มุขโรคนั้นเกิดขึ้นเพราะอะไร?
                  1.   โลหิต
                  2.   ลม
                  3.   น้ำเหลือง
                  4.   เสมหะ
ข้อ 38.    ข้อสำคัญของลำบองราหูดันบังเกิดใน 12 เดือน คือข้อใด
                  1.   จับข้างขึ้นไม่ตาย
                  2.   จับข้างแรมตาย
                  3.   จับข้างขึ้นไม่ตายจับข้างแรมตาย
                  4.   จับข้างขึ้นตาย จับข้างแรมไม่ตาย
ข้อ 39.    ไข้ชนิดใดที่เมื่อเป็นแล้ว มีอายุอยู่ได้เพียงวันเดียว
                  1.   ไข้คด
                  2.   ไข้คดและไข้แหงน
                  3.   ไข้แหงน
                  4.   ไม่มีข้อใดถูก
ข้อ 40.    ไข้ใดกระทำพิษให้ร้อนเป็นที่สุดให้ร้อนเป็นเปลว จับเอาหัวอกดำ จมูกดพ หน้าสีดำเป็นด้าน ข้อใดถูกต้อง
                  1.   ไข้สายฟ้าฟาด
                  2.   ไข้ไฟเดือนห้า
                  3.   ไข้ระบุชาด
                  4.   ไข้เปลวไฟฟ้า
ข้อ 41.    ไข้ที่มีอาการให้ปวดศีรษะ ตัวร้อนจัด นัยตาแดง อาเจียน นอนไม่หลับ คือไข้อะไร
                  1.   ไข้หวัดน้อย
                  2.   ไข้หวัดใหญ่
                  3.   ไข้กำเดาน้อย
                  4.   ไข้กำเดาใหญ่
ข้อ 42.    ไข้ประเภทลายตามตัว มีอาการเพ้อละเมอไป ผู้อื่นพูดด้วยได้ยิน(หูอื้อ) จัดเป็นไข้ประเถทใด?
                  1.   ไข้เอกโทษ
                  2.   ไข้ทุวันโทษ
                  3.   ไข้ตรีโทษ
                  4.   ไข้สันนิบาต
ข้อ 43.    ไข้สำประชวร หมายถึงไข้เกิดเนื่องจากอะไร
                  1.   อาการของไข้ที่แสดงออกทางผิวหนัง 5 ประการ
                  2.   อาการของไข้ที่แสดงออกทางนัยน์ตา 5 ประการ
                  3.   อาการของไข้ที่แสดงออกทางปาก 5 ประการ
                  4.   ถูกหมดทุกข้อ
ข้อ 44.    ไข้ออกออกหัด มีลักษณะการผุดอย่างไร
                  1.   ผุดขึ้นมาเหมือนฝีดาษทั่วทั้งตัว
                  2.   ผุดขึ้นมาเหมือนเม็ดข้าวสารหัก
                  3.   ผุดขึ้นมาเหมือนเม็ดทราบทั่วทั้งตัว มียอดแหลมๆ
                  4.   ผิดทุกข้อ
ข้อ 45.    คนไข้สะท้านร้อนสะท้านหนาว ปวดศีรษะ ไอ จาม น้ำมูกตกมาก ตัวร้อน อาเจียน ปากแห้ง ปากเปรี้ยว ปากขม กินอาหารไม่ได้ แล้วแปรไปให้ไอมาก ทำพิษให้คอแห้ง ปากแห้ง ฟันแห้ง น้ำมูกแห้ง ท่านเห็นว่าเขาป่วยเป็นอะไร
                  1.   ไข้กำเดาน้อย
                  2.   ไข้กำเดาใหญ่
                  3.   ไข้หวัดใหญ่
                  4.   ไข้สามฤดู
ข้อ 46.    ถ้าคนไข้มีอาการหน้าผากตึง นัยน์ตาดูไม่รู้จักอะไร มองไม่เห็นแล้วกลับเห็น หูตึง แล้วกลับได้ยิน จมูกไม่รู้กลิ่นแล้วกลับรู้ ลิ้นไม่รู้ รสอาหารแล้วกลับรู้
                  1.   สันตัปปัคคี
                  2.   ปริณาหัคคี
                  3.   ชิรณัคคี
                  4.   ปริทัยหัคคี
ข้อ 47.    ที่กล่าวว่าใช้สำประชวรให้แพทย ์สังเกตุนัยน์ตาคนไข้นั้น ถ้าคนไข้มีนัยน์ตาแดงดังโลหิตแดงและมีน้ำตาคลอเบ้า เป็นไข้สำประชวร อะไร
                  1.   ไข้เพื่อกำเดา
                  2.   ไข้เพื่อโลหิต
                  3.   ไข้เพื่อดี
                  4.   ไข้เพื่อลม
ข้อ 48.    ในการพิจารณาการรักษาไข้พิษไข้กาฬ มีข้อห้ามไว้อย่างไรบ้าง?
                  1.   ห้ามวางยารสร้อน รสเผ็ด รสเปรี้ยว
                  2.   ห้ามเอาโลหิตออก ห้ามถูกน้ำมัน ห้ามถูกเหล้า ห้ามนวด
                  3.   ห้ามประคบ ห้ามกิน ห้ามอาบน้ำร้อน ห้ามรับประทานส้มมีผิวมีควัน กะทิ น้ำมัน
                  4.   ถูกหมดทุกข้อ
ข้อ 49.    ในคิมหันตฤดู คือ เดือน 5 6 7 8 ท่านกล่าวว่าเป็นไข้เพื่ออะไร
                  1.   ไข้เพื่อลม
                  2.   ไข้เพื่อโลหิต
                  3.   ไข้เพื่อกำเดา
                  4.   ไข้เพื่อเสมหะ
ข้อ 50.    มีลักษณะผุดขึ้นมาดังยุงกัดทั้งตัว ทำพิษให้ปวดแสบปวดร้อน ตามคัมภีร์ตักศิลาตรงตามข้อ
                  1.   ไข้ประดงแมว
                  2.   ไข้ประดงลิง
                  3.   ไข้ประดงมด
                  4.   ผิดทุกข้อ
ข้อ 51.    มีลักษณะผุดขึ้นมาเป็นหมู่เป็นริ้วคล้ายตัวปลิงทั่วกาย ขนาด 1-3 นิ้ว สีดำเหมือนดินหม้อ เป็นอาการของไข้อะไร
                  1.   ไข้รากสาดปานเขียว
                  2.   ไข้รากสาดปานแดง
                  3.   ไข้รากสาดพนันเมือง
                  4.   ไข้รากสาดสามสหาย
ข้อ 52.    เมื่อเวลาจับไข้ มีอาการจับตัวร้อนเป็นเปลว เท้าเย็นมือเย็น ให้เชื่อมมัว ไม่มีสติสมปฤดี ให้หอบ ให้สะอึก จับตัวแข็งเหมือนท่อนไม้ ให้ลิ้นกระด้างคางแข็ง จับไม่เป็นเวลา ถ้าพระอาทิตย์ ตกพิษก็คลายลง เป็นลักษณะของไข้อะไร
                 1.   ไข้จันทรสูตร
                 2.   ไข้สุริยสูตร
                 3.   ไข้เมตรสูตร
                 4.   ถูกหมดทุกข้อ
ข้อ 53.    ลักษณะการผุดของฝีกาฬ ผุดขึ้นมามีสัณฐานเรียวเล็กเท่าหวายตะคร้า ขนาด 1-2 นิ้ว ผุดขึ้นมาบั้นเอว ก้นกบ ชาทั้งสองข้าง ในที่ลับ ท้องน้อย ราวข้าง ใต้รักแร้ คืออาการของกาฬชนิดใด
                 1.   กาฬแม่ตะงาว
                 2.   กาฬฟองสมุทร
                 3.   กาฬตะบองพะลำ
                 4.   กาฬตะบองชนวน
ข้อ 54.    ลักษณะไข้พิษไข้กาฬ จากคัมภีร์ตักศิลา ผุดเป็นแผ่นเท่าใบพุทรา ขึ้นทั่วตัวมีสีดำ อาการจับมือเย็นเท้าเย็น ตัวร้อนเป็นเปลวเพลิง ตาแดงดังโลหิต ปวดศีรษะ ร้อนเป็นตอน เย็นเป็นตอน ไม่เสมอกัน จับรุ่งจนเที่ยง เที่ยงจนค่ำ เป็นลักษณะอาการของไข้
                 1.   ไข้อีดำ
                 2.   ไข้ปานดำ
                 3.   ไข้ปานแดง
                 4.   ไข้ดานหิน
ข้อ 55.    ลักษณะไข้มีอาการจับหนาวสะท้าน แสยงขน จุกแน่นในอก หายใจขัดไม่สะดวก เหงื่อตก
                 1.   ทุวันโทษลม และเสมหะ
                 2.   ทุวันโทษลม และกำเดา
                 3.   ทุวันโทษกำเดา และโลหิต
                 4.   ทุวันโทษกำเดา และเสมหะ
ข้อ 56.    ลักษณะที่เรียกว่า เอกโทษ ทุวันโทษ และตรีโทษ มีอาการอย่างไร?
                 1.   เอกโทษ คือ ไข้ที่มีโทษอย่างเดียว
                 2.   ทุวันโทษ คือ ไข้ที่มีส่งที่เกิดโทษรวมกัน 2 อย่าง
                 3.   ตรีโทษ คือไข้ที่มีสิ่งให้โทษ 3 สถาน
                 4.   ถูกทุกข้อ
ข้อ 57.    ให้เชื่อมมัวไปไม่ได้สติ เอารังมดแดงมาเคาะกัดจนทั่วตัวยังไม่รู้สึก หมายถึงอะไร
                 1.   ไข้กระดานหิน
                 2.   ไข้ดานหิน
                 3.   ไข้กระโดงน้ำ
                 4.   ไข้กระโงแกลบ
ข้อ 58.    การพิเคราะห์ลักษณะประเภทไข้ อาการให้หนาว ให้ร้อน แสยงขน จุกอก ให้หลับไหล กินไม่ได้ อ่อนแรง ฝ่ามือ ฝ่าเท้าซีดเผือด ให้ปากหวาน ให้ราก เป็นไข้ เพื่ออะไร
                 1.   ไข้เพื่อเสมหะเอกโทษ
                 2.   ไข้เพื่อกำเดาเอกโทษ
                 3.   ไข้เพื่อโลหิตเอกโทษ
                 4.   ไข้เพื่อลมเอกโทษ
ข้อ 59.    ข้อใดมิใช่สมุฎฐาน 3 ประการ ที่เป็นสาเหตุของสันนิบาต?
                 1.   ปิตตะ
                 2.   วาตะ
                 3.   เสมหะ
                 4.   โลหิต
ข้อ 60.    ไข้ที่เกิดจากเสมหะมีกำลังกี่วัน?
                 1.   7 วัน
                 2.   10 วัน
                 3.   12 วัน
                 4.   15 วัน
ข้อ 61.    คนไข้ผิวเนื้อขาว มีโลหิตรสใด และควรใช้ยารสใด ตามการพิเคราะห์ใช้ยารักษาโรคตามโลหิตฉวี
                 1.   โลหิตรสหวาน ใช้ยารสเผ็ด ร้อน ขม
                 2.   โลหิตรสหวาน ใช้ยารสหวาน
                 3.   โลหิตรสเปรี้ยว ใช้ยารสเค็ม
                 4.   โลหิตรสเค็มและเย็นมาก ใช้ยารสหวาน
ข้อ 62.    คนไข้มีผิวเนื้อขาวเหลือง ควรใช้ยารสหวาน?
                 1.   ยารสหวาน
                 2.   ยารสเปรี้ยว
                 3.   ยารสเค็ม
                 4.   ยารสขม
ข้อ 63.    คนไข้มีอาการหนังสากชาไปทั้งตัว แม้แมลงวันจะจับหรือไต่ที่ตัวก็ไม่รู้สึก ให้แสบร้อนเป็นกำลัง สาหตุอะไรพิการ
                  1.   เนื้อพิการ
                  2.   หนังพิการ
                  3.   ผมพิการ
                  4.   เอ็นพิการ
ข้อ 64.    คัมภีร์ธาตุวิวรณ์ ฤดู 3 ให้ธาตุพิการ คิมหันตฤดู เตโชธาตุพิการ โลหิตเป็นต้นไข้ ให้โทษนานาประการ ตั้งแต่เมื่อใด
                  1.   แรม 1 ค่ำ เดือน 4 ถึงขึ้น 15 ค่ำเดือน 8
                  2.   แรม 1 ค่ำเดือน 8 ถึงขึ้น 15 ค่ำเดือน 12
                  3.   แรม 1 ค่ำเดือน 12 ถึงขึ้น 15 ค่ำเดือน 4
                  4.   แรม 1 ค่ำเดือน 5 ถึงขึ้น 15 ค่ำเดือน 6
ข้อ 65.    ตามคัมภีร์ธาตุวิภังค์กล่าวถึงธาตุเมื่อจะสิ้นอายุ ธาตุน้ำขาดไปตามลำดับจนเหลืออยู่ 1 อย่างคืออะไร
                  1.   น้ำเลือด
                  2.   น้ำดี
                  3.   น้ำมูก
                  4.   น้ำตา
ข้อ 66.    โทษหนึ่ง ให้วิงเวียนหน้าตา จะลุกขึ้นให้หาวเรอ ให้ขัดอก และเสียดสีข้าง ให้เจ็บหลัง เจ็บเอว ให้ไอ เสมหะขึ้นคอ ร้อนคอ ร้อนท้อง น้อย เรอ ตกเลือด ตกหนอง เหตุเพราะอะไรพิการ
                  1.   พังผืดพิการ
                  2.   ปอดพิการ
                  3.   ลำไส้ใหญ่พิการ
                  4.   ม้ามพิการ
ข้อ 67.    ในพระคัมภีร์สุมฎฐานวินิจฉัยนั้น เราเริ่มนับฤดูฝนจากเวลาใดไปจนถึงเวลาใด
                  1.   เดือนกรกฎาคม ถึงเดือนตุลาคม
                  2.   เดือนสิงหาคม ถึงเดือนตุลาคม
                  3.   แรม 1 ค่ำเดือน 4 ถึงขึ้น 15 ค่ำเดือน 8
                  4.   แรม 1 ค่ำเดือน 8 ถึงขึ้น 15 ค่ำเดือน12
ข้อ 68.    ในฤดู 6 คิมหันตฤดู แบ่งออกดังนี้ ข้อใดที่ไม่ใช่
                  1.   พัทธปิตตะ
                  2.   อพัทธปิตตะ
                  3.   กำเดา
                  4.   หทัยวาตะ
ข้อ 69.    ปถวีธาตุพิการ อาการให้คลุ่มคลั่งดุจเป็นบ้า หาแรงมิได้ ถ้ามิฉะนั้นให้หิวโหย ให้ทุรนทุรายยิ่งนัก เหตุเพราะอะไรพิการ
                  1.   เป็นเพราะเนื้อพิการ
                  2.   เป็นเพราะเอ็นพิการ
                  3.   เป็นหฤทัยพิการ
                  4.   เป็นเพราะไตพิการ
ข้อ 70.    พระคัมภีร์ธาตุวิวรณ์ กล่าวถึงประเทศสมุฎฐานนั้น แบ่งประเทศที่เกิดออกเป็นกี่ประการ
                  1.   2 ประการ
                  2.   3 ประการ
                  3.   4 ประการ
                  4.   5 ประการ
ข้อ 71.    พระคัมภีร์ธาตุวิวรณ์ กล่าวถึงผิวกาย รสโลหิตและรสยารักษานั้น ถ้าคนไข้เป็นคนผิวเหลือง โลหิตรสเปรี้ยว จะประกอบยารสอะไร รักษาจึงจะหายเร็ว
                  1.   รสเค็ม
                  2.   รสหวาน
                  3.   ทุกรสเว้นรสเค็ม
                  4.   รสเผ็ดร้อนและขม
ข้อ 72.    พระคัมภีร์ธาตุวิวรณ์ กล่าวถึงลักษณะอาการของทุวันโทษนั้น ถ้ามีอาการ "เป็นไข้ ปากขม ตัวสั่น พูดพร่ำเพ้อ ให้หนาวๆร้อนๆ และไอ"  เป็นเหตุอะไร
                   1.   เสมหะ กับวาตะ
                   2.   เสมหะ กับปิตตะ
                   3.   ปิตตะ กับวาตะ
                   4.   ปิตตะ กับโลหิต
ข้อ 73.    พัทธะปิตตะ หมายถึงข้อไหน
                   1.   ดีนอกฝัก
                   2.   กำเดา
                   3.   ดีในฝัก
                   4.   ถุงน้ำดี
ข้อ 74.    มูลเหตุให้โทษเกิดโรคต่างๆ มีกี่ประการ บอกให้ทราบ
                   1.   4 ประการ
                   2.   6 ประการ
                   3.   8 ประการ
                   4.   10 ประการ ข้อ 75.    ลมกองใดที่พัดอยู่ในลำไส้และในท้อง
                   1.   ลมอุทธังคมาวาตา
                   2.   ลมอโธคมาวาตา
                   3.   ลมกุจฉิสยาวาตา
                   4.   ลมโกฎฐาสยาวาตา
ข้อ 76.    วาโยธาตุสมุฎฐานพิการ พระอาทิตย์สถิตในราศรีใด
                   1.   มังกร
                   2.   กุมภ์
                   3.   มีน
                   4.   กรกฎ
ข้อ 77.    สะระทะฤดู เป็นพิกัดวาตาะสมุฎฐาน มีอะไรระคนให้เป็นเหตุ
                   1.   ปิตตะสมุฎฐาน
                   2.   วาตะสมุฎฐาน
                   3.   เสมหะสมุฎฐาน
                   4.   สันนิปาตะสมุฎฐาน
ข้อ 78.    สาเหตุของการตายโดยปัจจุบันโรคตามพระคัมภีร์ธาตุวิภังค์ คือข้อใด
                  1.   อหิวาตกโรค
                  2.   ธาตุทั้ง 4 ขาดไป
                  3.   ถูกทุบถองให้บอบช้ำ
                  4.   ถูกราชอาญาให้ประหารชีวิต
ข้อ 79.    อาการดังนี้เป็นอาการข้อใด มักให้เป็นบ้า ถ้ายังอ่อนอยู่ให้คุ้มดี คุ้มร้าย มักขึ้นโกรธ บางทีให้ระส่ำระสาย ให้หิวโหยหาแรงมิได้
                  1.   ม้ามพิการ
                  2.   ดวงหทัยพิการ
                  3.   ตับพิการ
                  4.   ไตพิการ
ข้อ 80.    อาการให้กายคนไข้แข็งกระด้าง ตัวชา เนื้อหนังเหี่ยว แข็งดังท่อนไม้ เปรียบดังอสรพิษกฎมุขจบตอด คืออาการของธาตุอะไร
                  1.   เตโชธาตุพิการ
                  2.   วาโยธาตุพิการ
                  3.   ปถวีธาตุพิการ
                  4.   อาโปธาตุพิการ
ข้อ 81.    อาการให้คลุ้มคลั่งดุจเป็นบ้า ให้หิวโหยหาแรงไม่ได้ ให้ทุรนทุรายยิ่งนัก เป็นอาการของอะไรพิการ
                  1.   ปัตตังพิการ
                  2.   หทยังพิการ
                  3.   นหารูพิการ
                  4.   เสมหังพิการ
ข้อ 82.    อาการให้ร้อนในอกในใจ ให้ไอเป็นมองคร่อ ท้องขึ้นท้องพอง ผะอืด ผะอม เป็นอาการของโรคอะไรพิการ
                  1.   ปริทัยหัคคีพิการ
                  2.   ปริณามัคคีพิการ
                  3.   ชีรณัคคีพิการ
                  4.   สันตัปปัคคีพิการ
ข้อ 83.    อาหารเก่าเมื่อพิการแตก คือ ซางขโมยกินลำไส้ เมื่อพ้นกำหนดซางแล้ว คืออะไร
                  1.   สันนิบาตลมประกัง
                  2.   ริดสีดวงทวาร
                  3.   ไส้ตีบ
                  4.   ลมกัมมัชวาตพัด
ข้อ 84.    ในสมัยใดที่มีการตรากฎหมายพนักงานพระโอสถถวาย
                  1.   รัชกาลที่ 1
                  2.   รัชกาลที่ 2
                  3.   รัชกาลที่ 3
                  4.   รัชกาลที่ 4
ข้อ 85.    จรรยาแพทย์ที่ว่าละอายสะดุ้งกลัวบาป คือข้อใด
                  1.   ไม่ปิดบังความดีของผู้อื่น
                  2.   ไม่หวงกับลาภ
                  3.   มีหิริโอตตัปปะ
                  4.   มีโยนิโสมนิสิการ
ข้อ 86.    จรรยาแพทย์แผนโบราณว่าด้วย ไม่ลุแก่อำนาจอคติทั้ง 4 ไม่หวั่นไหวด้วยโลกธรรมนั้น ที่ว่าละอายสะดุ้งกลัวบาป คือข้อใด
                  1.   ไม่ปิดบังความดีของผู้อื่น
                  2.   ไม่หวงกับลาภ
                  3.   มีหิริโอตตัปปะ
                  4.   มีโยนิโสมนสิการ
ข้อ 87.    ก้อนที่อยู่ในศีรษะต่อเนื่องลามตลอดกระดูกสันหลัง ติดกับเส้นประสาททั่วไป เรียกว่าอะไร ?
                  1.   นหารู
                  2.   มัตถเก มัตถลุงคัง
                  3.   กิโลมกัง
                  4.   อันตคุนัง
ข้อ 88.    การฆ่าหรือประสะชะมดเช็ด ข้อใดที่ไม่ถูก
                 1.   เอาชะมดเช็ดใส่ถ้วย ใส่น้ำ ตั้งในกระทะ กวนจนยาสุก
                 2.   เอาชะมดเช็ดใส่บนใบพลู ลนด้วยควันเทียน
                 3.   ห่อชะมดเช็ดด้วยผ้าขาว ใส่ภาชนะนึ่ง
                 4.   ห่อชะมดเช็ดด้วยผ้าขาว ใส่ภาชนะที่ปิดมิดชิดแล้วตุ๋นจนกว่าไขของชะมดเช็ดละลาย บีบเอาน้ำมาปรุงยา
ข้อ 89.    ข้อใดไม่ใช่ธาตุน้ำ
                 1.   เขโฬ
                 2.   เสโท
                 3.   เมโท
                 4.   ตะโจ
ข้อ 90.    ธาตุ 42 อย่าง หัวหน้าจะพิการบ่อย ย่อธาตุ 42 อย่าง เป็นสมุฎฐานธาตุ 3 กอง กองไหนผิด
                 1.   วาตะสมุฎฐานอาพาธา อาพาธด้วยลม
                 2.   ปิตตะสมุฎฐานอาพาธา อาพาธด้วยดี
                 3.   โลหิตังสมุฎฐานอาพาธา อาพาธด้วยโลหิต
                 4.   เสมหะสมุฎฐานอาพาธา อาพาธด้วยโลหิต
ข้อ 91.    ธาตุวัตถุที่สลายตัวง่าย ถ้าจะใช้ปรุงยาแก้ลมที่คั่งค้างตามเส้น ทำให้เส้นเอ็นหย่อน ถอนพิษ แก้คันตามผิวหนัง ได้แก่อะไร
                 1.   กำมะถันเหลือง
                 2.   สารส้ม
                 3.   ดินประสิว
                 3.   จุนสี
ข้อ 92.    เนื้อมันสีขาว ออกเหลืองอ่อน มีในร่างทั่วไป คือข้อใด?
                 1.   เมโท
                 2.   สังฆานิกา
                 3.   ปุพโพ
                 4.   มุตตัง
ข้อ 93.    บุคคลที่เกิดในประเทศที่เป็น น้ำฝน เปือกตม จัดอยู่ในประเทศอะไร
                 1.   ประเทศร้อน
                 2.   ประเทศอบอุ่น
                 3.   ประเทศเย็น
                 4.   ประเทศหนาว
ข้อ 94.    มัชฌิมวัย คือวัยใด
                 1.   นับแต่แรกเกิดไปจนถึง 8 ปี
                 2.   นับตั้งแต่ 8 ปี ไปจนถึง 16 ปี
                 3.   นับตั้งแต่ 16 ปี ไปจนถึง 32 ปี
                 4.   นับตั้งแต่ 32 ปี ไปจนถึง 64 ปี
ข้อ 95.    เมื่อพิการ ให้เรอ ให้หาว ให้ตกอุจจาระเป็นโลหิต ให้มืด หน้ามัวตา ให้เมื่อยบั่นเอว ให้เสียดสองราวข้าง ให้ร้อนท้อง ให้ร้อนคอ ให้ตกอุจจาระเป็นหนอง เรียกว่าอะไรพิการ
                1.   อันตัง
                2.   อันตะคุนัง
                3.   อุทริยัง
                4.   มัตถเก-มัตถลุงกัง
ข้อ 96.    เมื่อพิการให้ผิวกายเหลือง ให้ตาเหลือง ให้ท้องเดิน ชื่อว่าอะไรพิการ
                1.   วสา
                2.   เขโฬ
                3.   สิงฆานิกา
                4.   ลสิกา
ข้อ 97.    ให้ไอ เจ็บคอ คอแห้ง เป็นหืด เป็นอาการพิการตรงตามข้อใด
                 1.   ศอเสมหะ
                 2.   อุระเสมหะ
                 3.   คูถเสมหะ
                 4.   ผิดทุกข้อ
ข้อ 98.    อาการตาเหลือง ผิวเหลือง ลงท้อง มีสาเหตุจากข้อใด?
                 1.   วสาพิการ
                 2.   ดีพิการ
                 3.   เป็นโรคตา
                 4.   อพัทธปิตตะ
ข้อ 99.    อาการให้เจ็บตามข้อและแท่งกระดูกทั้วตัว เกิดจาก
                 1.  วสาพิการ
                 2.   อัฎฐิพิการ
                 3.   เสโทพิการ
                 4.   ลสิการพิการ
ข้อ 100.  อุตุสมุฎฐาน แปลว่าฤดูเป็นที่ตั้งที่แรกเกิดของโรค ระยะเวลาตั้งแต่แรม 1 ค่ำ เดือน 4 ไปจนถึง ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 เรียกว่า ฤดูอะไร
                 1.   คิมหันตฤดู
                 2.   วสันตฤดู
                 3.   เหมันตฤดู
                 4.   ไม่มีข้อถูก
จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบรับราชการ    โทร 087-0708815
รายละเอียดไฟล์แนบ
กล่องตอบกลับด่วน

คุณไม่มีสิทธิ์ใช้งานส่วนนี้, กรุณาเข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
กรุณาใช้ข้อความที่สุภาพ คุณสามารถบันทึกฉบับร่างได้